เพลงพื้นบ้าน
ทองหล่อ ทำเลทอง, นาง

นางทองหล่อ ทำเลทอง (ทับทิม) ศิลปินแห่งชาติ (สาขาเพลงพื้นบ้าน) ประจำปี พ.ศ. 2529 เป็นแม่เพลงชั้นครู ผู้สามารถร้องเล่นเพลงฉ่อย เพลงทรงเครื่องและเพลงพื้นบ้านต่างๆ เกิดเมื่อวันเสาร์ เดือน 3 ปีกุน ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่บ้านข้างวัด บางขุนทิพย์ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชื้อสายของนางทองหล่อเป็นเพลงกันอยู่บ้าง แม้พ่อคือนายพลอยกับแม่คือนางพรั่งจะไม่เล่นเพลง แต่ย่าหรือยายคนใด คนหนึ่งดูจะเป็นเพลงปรบไก่

ตอนเป็นเด็กนางทองหล่อไม่ได้เรียนหนังสือ ทั้งๆ ที่อยากเรียน ชอบแอบฟังพระภิกษุสอนเด็กผู้ชายอยู่ใต้ถุนกุฎิจนสามารถจดจำถ้อยคำที่เขาท่องกันได้

เมื่อนางทองหล่อไม่ได้เรียนหนังสือก็มีเวลามาก ชอบไปเที่ยวฟังเพลงจนอยากหัดเพลงบ้าง พ่อเห็นว่าสนใจจริงจึงไปหาครูมาจากบ้านโรงใน ชื่อครูทิม ภรรยาชื่อผาด มาสอนเพลงที่บ้าน ได้หัดกันเวลากลางคืน มีเด็กอื่นรุ่นราวคราวเดียวกันมาเรียนด้วย ครูสอนชื่อครูท้วมกับครูชุ่มเป็นพวกละครรำ เมื่อสามารถออกโรงเล่นได้ นางทองหล่อกับเพื่อนไปเที่ยวเล่นเพลงฉ่อย เพลงทรงเครื่องตามงานทั่วไป ได้ค่าตัวเป็นผ้าบ้าง เงินสลึงสองสลึงบ้าง

ถึงหน้าน้ำก็ลงเรือไปทอดกฐิน ทอดผ้าป่า ร้องเพลงเรือเล่น ถึงหน้าสงกรานต์ ไปเล่นเพลงพิษฐานกันในโบสถ์ ร้องเพลงพวงมาลัย เพลงสงกรานต์กันเป็นที่ครึกครื้น ทำให้เสียงเพลงซึมซับอยู่ในสายเลือดของนางทองหล่อมาตลอด

ครั้นพอเพื่อนย่างขึ้นวัยสาว หลายคนก็แต่งงานมีเหย้าเรือน มักเลิกเล่นเพลงไป นางทองหล่อกลับไม่ยอมยุ่งกับผู้ชายคนไหน ยังคงเล่นเพลงอยู่อย่างนั้น ถึงมีคนมารักมาชอบเที่ยวตามเกี้ยวไม่ลดละก็ไม่สนใจ จนอายุ 25 ปี แล้วยังไม่ยอมแต่งงานเพราะนางชอบเพลงมากกว่า

ภายหลัง นางทองหล่ออยู่กินกับนายทองอู่ สำอางทรง ผู้เป็นลิเก มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่แล้วก็ต้องแยกทางกัน นางทองหล่อจึงหนีมากรุงเทพฯ เมื่อมากรุงเทพฯ นั้น นางทองหล่อฯ จำได้ว่าเป็นปีฉลองสะพานพุทธยอดฟ้า พ.ศ.2475 เทียบอายุก็เท่ากับ 33 ปี ได้มาเป็นลูกจ้างบ้าง ขายข้าวแกงบ้าง ทำมาหากินเลี้ยงตัวเองมาตลอด กระทั่งวันหนึ่งมีคนรู้จักมาชักชวนให้ไปเล่นเพลงกับขุนสำราญสมิตมุข (อ๊อด ตามประหาส) ซึ่งเป็นจำอวดในราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในงานเผาศพพระยานัฎกานุรักษ์ จึงทำให้พลอยรู้จักคนอื่นต่อไปอีก ซึ่งนับจากนั้นได้เล่นเพลงด้วยกันมา เรื่อยมาจนถึงวัยชรา เช่น นางต่วน นายต่อม นายตุ้ม นายพรหม เอี่ยมเจ้า เป็นต้น

นางทองหล่อเป็นคนขยัน นอกจากจะว่าเพลงแล้ว ก็ค้าขายไปด้วย เช่น สมัยที่ไปอยู่กินกับนายปุ๋ย แพงพวย คนงานรถไฟแถวนพวงศ์ก็รับปลามาทำส้มฟักส่งขาย หรือไม่ก็เที่ยวขายผลไม้ ขายข้าวแกง ไม่ค่อยได้หยุดพัก ภายหลังมาอยู่กินกับ นายสายหยุด ทำเลทอง ซึ่งทำงานทหารเรือและนักสวดคฤหัสถ์มีความสามารถ คนหนึ่งจนตายจากกันไป เมื่อ พ.ศ. 2521

ช่วงหลัง พ.ศ. 2500 การเล่นเพลงพื้นบ้านตามถิ่นต่างๆ ค่อยคลายความ นิยมลง พ่อเพลงแม่เพลงแก่ชราลงและได้หยุดเล่นเพลง ต่อมาเมื่อมีการฟื้นฟู เพลงพื้นบ้านขึ้นใหม่ในราวปี พ.ศ. 2520 นางทองหล่อ ทำเลทอง ได้กลับมา เป็นกำลังสำคัญในการว่าเพลงและถ่ายทอดเพลงพื้นบ้านให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก นางทองหล่อเป็นแม่เพลงที่มีน้ำเสียงใส เสียงไม่ตกแม้จะมีอายุมากแล้ว

ในปี พ.ศ. 2525 นางทองหล่อได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินพื้นบ้าน ภาคกลางดีเด่น จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมเเห่งชาติ และในปี พ.ศ. 2529 ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ในฐานะเป็นแม่เพลงชั้นครู ขณะเมื่ออายุ 87 ปี

นางทองหล่อถึงแก่กรรมด้วยโรคชราที่บ้านลูกชายที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2536 รวมอายุได้ 94 ปี ได้รับพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดสุวรรณาราม บางกอกน้อย เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2536