เพลงเรืออยุธยาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รายละเอียด

อุปกรณ์การเล่นและวิธีการเล่น

อุปกรณ์การเล่น
1. เรือหมู เรือพายม้า หรือเรือสำปั้น 2 ลำ
2. กรับพวง
3. ฉิ่ง

วิธีการเล่น

ในการเล่น เพลงเรือจะต้องเริ่มด้วยการไหว้ครูได้ครบ 3 กลอนหรือตอน คือ
ตอนที่ 1 บทไหว้พระพุทธ บทไหว้พระธรรม บทไหว้พระสงฆ์
ตอนที่ 2 ไหว้บิดา มารดา
ตอนที่ 3 ไหว้ครู อาจารย์

เพลงเรือมีเพลงหลักอยู่ 6 ตอน คือ
1. เพลงปลอบ
2. เพลงประ
3. เพลงผูกรัก ลักหาพาหนี
4. ชิงชู้ (หึงหวงฝ่ายชาย)
5. ตีหมากตัวหรือตีหมากขัว (หึงหวงฝ่ายหญิง)
6. เพลงจาก

ลักษณะการร้องเพลงเรือจะเป็นการร้องโต้ตอบกันระหว่างชายและหญิง ซึ่งพายเรือกันฝ่ายละลำ แต่ละฝ่ายจะมีต้นเสียง คือ คนร้องนำ และมีลูกคู่รับของแต่ละฝ่าย เครื่องดนตรีใช้ประกอบ คือ กรับและฉิ่ง การเเต่งกายฝ่ายชายนุ่งกางเกงเเพร หรือโจงกระเบน ใส่เสื้อไม่จำกัดสีไม่จำกัดเเบบ มีผ้าขาวมาคาดพุง ฝ่ายหญิงนิยมนุ่ง โจงกระเบนสีทึบๆ เสื้อเป็นคอกลมแขน 3 ส่วน นิยมใส่สีเดียวกันทั้งลำเรือ สวมใส่เครื่องประดับเต็มที่

โอกาสที่เล่น

เพลงเรืออยุธยาเป็นเพลงพื้นบ้านเล่นอยู่ตามลุ่มน้ำทั่วไป เล่นเฉพาะในเทศกาลไหว้พระที่วัดหรือเรียกสั้นๆ ว่า “ไหว้วัด” คือ ตั้งเเต่เดือน 11 ไปจนถึงเเรม 8 ค่ำ และงานเทศกาลทอดกฐินและผ้าป่า นิยมเล่นตอนกลางคืน

คุณค่า

ผู้เล่นได้รับความสนุกสนานและได้รู้จักทักทายกัน เป็นการเกี้ยวกันระหว่างชายเเละหญิง ผู้ชมจะได้รับความเพลิดเพลิน


เพลงเรือ

เพลงเรือเป็นการละเล่นพื้นเมืองอย่างหนึ่งของไทยที่ชายและหญิงลงเรือ ร้องโต้ตอบกันซึ่งจะมีเรือของฝ่ายชายลำหนึ่ง หญิงลำหนึ่ง

บทร้องเพลงเรือ บทปลอบ

ชาย

พอเหลือบชม้ายเห็นสายสมร
อยู่ในกลางสาคร (ฮาไฮ้ ) น้ำเชี่ยว (ชะ)
ไม่มีผู้ใดเข้ามากลายมากล้ำ
เจ้าลอยอยู่แต่ลำ (ฮาไฮ้) ผู้เดี่ยว (ชะ)
โอ้แม่กุมราน้องจงผินหน้ามาเหลียว
อย่าว่าพี่เกี้ยวเลย เอย
(ลูกคู่รับ “อย่าว่าพี่เกี้ยวเลย เอย”
แล้วรับซ้ำวรรคท้ายอีกครั้งหนึ่ง
“ โอ้แม่ภุมราน้องจงผินหน้ามาเหลียว
อย่าว่าพี่เกี้ยวเลย เอย”)

หญิง

พอได้ยินสุนทรเข้ามาวอนมาวิง
พวกสาว ๆ ก็ไม่นิ่ง (ฮ้าไฮ้) อยู่ช้า (ชะ)
อันการจะเล่นมิใช้เต้นใช่รำ
โต้ตอบกันด้วยคำ (ฮ้าไฮ้) วาจา (ชะ)
แต่พอพี่มาร้องตัวน้องก็ว่า
มิให้เสียเวลาวอนเอย
(ลูกคู่รับ “มิให้เสียเวลาวอนเอย”
แล้วรับซ้ำวรรคท้ายอีกครั้งหนึ่ง
แต่พอพี่มาร้องตัวน้องก็ว่า
มิให้เสียเวลาวอน เอย”)


เพลงเรือตอนชิงชู้

จะกล่าวแต่ต้นหนหลัง
เมื่อหัสเดิมได้ตั้งเข้าไว้
ฉันได้สู้ได้ขอพร้อมพ่อพร้อมแม่
ได้หาผู้ใหญ่เถ้าแก่เข้าไป
กองทุนกองสินได้กินขนม
แทนค่าน้ำนมไปทั้งพ่อตาแม่ยาย
ได้นิมนต์พระสงฆ์มาเป็นองค์พยาน
สวดเจ็ดตำนานไอ้ที่บทใหญ่ๆ
ซัดน้ำสวดมนต์ได้เอามงคลสวมคอ
ได้ส่งตัวเข้าหอ หญิงชาย
ฯลฯ


ต่อมาก็ได้รับหมายเกณฑ์ให้ไปเป็นทหารจึงสั่งลูกสั่งเมื่อ ฝากพ่อตาแม่ยายไว้ แล้วลงจากเรือนไปรบ จนพระทั่งสงครามเลิกจึงเดินทางกลับบ้าน ก่อนกลับก็อาจแวะชมตลาดเสียสักหน่อย เช่น

ชมตลาด

ลานายบ่ายหน้าเดินมาไม่ขาด
เห็นจะต้องชมตลาด หนอง
มีทั้งศุกร์เสาร์ของชาวตลาด
ไอ้บ้างกระเดียดกระจาดออกไปขาย
ส้มเกลี้ยงลูกโตส้มโอลูกย่อม
กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่
ทุเรียน มังคุด ละมุด สีดา
ส้มจีน ส้มซ่า ถมไป
ขนมขง ขนมขิง ขนมปิ้ง ขนมปัง
ขนมเชื้อฝรั่งใส่ไส้
ขนมก๋ง ขนมโก๋ มีทั้งตะโก้ย้ำแย่
ทั้งตังเม กะละแมถมไป
ฯลฯ


ถึงบ้าน

พอถึงบ้านเห็นสะพานแหงนเถ่อ
เข้าก็ร้องเอ้อเฮอใจหาย
เงียบไปทั้งไก่เงียบไปทั้งกา
อีกทั้งหมูทั้งหมาน่าสงสัย
สะอึกสะอื้นฉันเลยขึ้นกระได
ผู้คนไปไหนกันเอย
พิศดูเหย้าเรือนไปเหมือนบ้านตาเถร
เสาตั้งโอนเอนไปอย่างกะเรือน
เหย้าเรือนเคหาเหมือนป่าช้าผีอยู่
มันไม่มีคนมีผู้หรือยังไง


ลูกบอก

ลูกจะแสดงไปให้แจ้งข้อความ
ที่คุณพ่อแกมาถามมาไถ่
พอรุ่งขึ้นเช้าแม่เขาเข้าแต่ป่า
อีกทั้งข้าวทั้งปลาเขาหุงให้กินเมื่อไหร่
เขาทาขมิ้นสิ้นไปวันละเฟื้อง
ดูหน้าตาก็เหลืองไปอย่างกะไก่
วันนั้นเป็นวันตรุษวันนั้นเป็นวันสารท
ลูกจะไปใส่บาตรกับคุณยาย
ถามแม่เจ้าขาไอ้เสมาผูกคอ
หรอกไอ้ที่คุณพ่อท่านยกให้
เขาหาโน่นหานี่เขายังมาตีโอ้ข้อง
เอ๋ยลูกก็พากันร้องห่มไห้
หลังลูกน้อยๆ มีแต่รอยหวาย
แม่เขากินหมูแม่กินปลาทูปิ้งไฟ
สามวันข้างหน้าถ้าพ่อไม่มาลูกตาย
ลูกอดข้าวมาหลายวัน เอย

(จากนี้ฝ่ายชายก็ไปถามลูกถามแม่ยายพ่อตา แม่ยายก็บอกปัดไม่รับรู้ ฝ่ายชายจึงออกติดตามเมียจนไปพบเข้า ทั้งเมียทั้งชายชู้จึงต่อว่าต่อขานกัน)