การเล่นต้องเต

จ้องเตหรือต้องเต

การเล่นจ้องเต มี 2 ชนิด คือ จ้องเตเขย่ง และ จ้องเตข้าม ทั้งสองชนิดต้อง ขีดเส้นบนลานเป็น 8 ช่อง มีรูปดังนี้

จ้องเตเขย่ง เมื่อตกลงกันตามวิธีการเล่นว่าใครเป็นคนแรก ผู้เล่นก็จะโยนเบี้ย (ใช้วัสดุอะไรก็ได้) ไปตามช่อง 1 ถึง 8 ถ้าทับเส้นหรือออกนอกตารางที่ช่องใดก็ถือว่า “ตาย” ผู้เล่นต้องเขยิบไปเก็บเบี้ยแล้วเขย่งต่อไปจนถึงที่ที่มี 2 ช่อง หรือ 2 ตาคู่กัน คือช่อง 3 และ 4 กับ 6 และ 7 ก็พักเท้าได้ พอถึงหัวกะโหลกคือช่องที่ 8 ก็หมุนตัวกลับเขย่งกลับไปที่เดิม ถ้าขาตกหรือเหยียบเส้นก็ถือว่าตาย ถ้าเล่นได้ถึงตาที่ 3 หรือ 4 หรือ 6 หรือ 7 ต้องเขย่งเก็บ ถ้าเล่นได้ถึง 8 ตา ก็หันหลังโยนเบี้ยให้ลงช่องใดช่องหนึ่ง ถ้าโยนได้ช่องไหนก็ได้ “บ้านพัก” ถ้าเล่นคราวต่อไปรอบ 2 ก็พักขาที่บ้านพักนั้นได้ คนอื่นพักไม่ได้ ต้องข้ามไป แต่ถ้ารอบใดโยนบ้านพักได้ซ้ำที่ถือว่าไฟไหม้ต้องยกเลิกไป วิธีกันคนอื่นก็คือพยายามโยนให้ได้บ้านพักติดๆ กัน คนอื่นก็พักไม่ได้มีโอกาส “ตาย” ง่าย คนไหนได้ “บ้านพัก” มากก็ชนะ

จ้องเตข้าม ผู้เล่นนำเบี้ยใส่หลังเท้า เดินโยนไปตามช่อง เวลาเดินเก็บเบี้ยแล้วเดินตามช่องต่างๆ ต้องไม่ทับเส้นหรือออกนอกตาราง ด้วยวิธีเดินเงยหน้า ถ้าเหยียบเส้น ผู้ที่เล่นด้วยจะร้อง “มิด” ถ้าข้ามช่องได้ผู้ร้องจะร้องว่า “ลอ” ถ้าร้องว่า “มิด” ก็ตาย ต้องให้ผู้อื่นเล่น นอกนั้นเหมือน “ตาเขย่ง” การเล่นแบบนี้ฝึกความสังเกตและความแม่นยำในการกะระยะและโยนเบี้ย คล้ายการเล่นของภาคอีสานที่เรียกว่า “มิดลอ”