ตาบอดตาใส

ผู้เล่า

มีชายคนหนึ่งเป็นคนตาบอดตาใส ได้แต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฝ่ายภรรยาไม่รู้ว่าสามีตาบอดตาใส แม่ยายเตือนลูกสาวว่า “ผัวมึงถ้าจะตาบอดตาใส” แต่ภรรยาไม่เชื่อ

วันหนึ่งเมียเขาก็บอกให้ผัวเอาควายออกจากคอก เพื่ออกไปไถนา ฝ่ายผัวไม่รู้ว่าจะเอาควายออกทางไหนก็หยิบโน่นหยิบนี่ข้างคอกอยู่ก๊อกแก๊กเป็นนาน ฝ่ายเมียเห็นว่าผัวช้าก็ซักถามผัวว่า “แกทำอะไรของแกนะถึงไม่เอาควายออกเสียที” ผัวได้ยินดังนั้นจึงตอบว่า “เอ ! แกนี่ก่อนจะเอาความออกก็ต้องตรวจตราคอกให้ดีเสียก่อนซี” ตอบเลี่ยงไปทั้ง ๆ ที่ไม่เห็นปากคอกควาย เมียจึงลงมาเปิดเองและเอาควายเทียมไถให้ผัวได้ไถ ส่วนเมียหาบกระบงข้าวแกงออกไป ฝ่ายผัวก็ไถไปเรื่อยไม่รู้ว่ากี่อันเมียเห็นดังนั้นจึงถามผัวว่า “เอ ! แกทำไมไถอย่างนั้นละ ไถทีละอันซี” ฝ่ายผัวก็แก้ตัวไปอีกว่า “แกนี่ เราก็ไถไปเรื่อย ๆ ซีตรงไหนดินดีก็ไถตรงนั้น ตรงไหนดินแข็งก็ลากไปจะได้ไม่เสียเวลา พอกลางวันก็ปลดไถพักกินข้าว เมียก็บอกให้ผัวกินข้าวก่อน แล้วตัวเองก็ไปเก็บผักบุ้งในบ่อ ฝ่ายผัวมองไม่เห็นกระบุ้งข้าว ก็เดินวนไปวนมาจนเตะกระบุ้งหกคว่ำกับข้าวหกหมด พอเมียขึ้นมาก็เห็นกระบุ้งหกหมด ก็ถามผัวว่า “ทำไมถึงหกอย่างนั้น” ผัวเลยแก้ตัวว่า “ฉันเดินสะดุดดินเท้าเคยคล้องสายกระบุ้งคว่ำเลยไม่กินข้าว ” เมียก็เลยขอเก็บของใส่กระบุง แล้วก็ลงไปเก็บผักบุ้งต่อ ฝ่ายผัวก็จะลงไปสาดน้ำควายแต่ไม่เห็นควายอยู่ที่ไหน ได้ยินเสียน้ำจ๋อมๆ ก็สาดน้ำไปที่เสียงนั้นโดยไม่รู้ว่าเมีย ฝ่ายเมียก็โมโหจึงเอาคานมาตีที่หัวผัว ผัวนึกว่าควายเอาเขาโขก จึงพูดว่า “พอๆ อีเผือก เอาเขาตีหัวกูได้” แล้วทั้งสองจึงกลับบ้าน ฝ่ายเมียขึ้นบ้านก่อน ฝ่ายผัวก็เดินวนมาใต้ถุนเพราะไม่รู้จะขึ้นบ้านได้อย่างไร เมียจึงว่า “ทำไมแกไม่ขึ้นบ้านเสียที” ผัวก็แก้ตัวอีกว่า “ก่อนขึ้นบ้านต้องตรวจดูเสาตอหม้อเสียก่อน” พ่อตาจึงพูดกับลูกสาวว่า "อีกหนูผัวมึงน่ากลัวตาบอดตาใสจริง" ” จึงคิดทำการทดสอบโดยเอาข้าวไปตากกลางลานแล้วให้ไม้กระบอกถือไว้ แล้วสั่งลูกเขยว่าถ้ามีเสียงแกรกๆ ต้องเป็นไก่อยู่จึงเข้าไปคนข้าว ลูกเขยได้ยินแกรกๆ คิดว่าไก่จึงเอาไม้ขว้างไปโดนแม่ยาย จึงทำให้รู้ว่าต้องตาบอดตาใสจริง จึงจับลอยแพไปเรื่อยๆ จนไปเจอชายอีกคนหนึ่งตีนติดตาดีโดนไล่มาเหมือนกัน ทั้งคู่จึงไปด้วยกัน และทำมาหากินไปด้วยกันตลอดไป