คนหมั่นขยันย่อมจะหาทรัพย์ไม่ยากนัก

นายเพียร โพธิ์เจริญ ผู้เล่า

ในอดีตเรื่องเมื่อ 2000 กว่าปีมาแล้ว ยังมีมานพผู้หนึ่งเป็นคนอนาถาแต่มารดาหาไม่ แต่เขาเป็นบุคคลมีปัญญาจึงได้ปลอมตัวเป็นลูกจ้างของเศรษฐีหนึ่ง ซึ่งมีทรัพย์สิน 400 ล้าน เศรษฐีผู้นี้มีบุตรหญิงคนหนึ่ง ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติทั้งปวง อายุได้ 16 ปี เมื่อมานพผู้นี้มีนามว่า โจระกามานพ เมื่อเขามาอยู่ที่บ้านท่านเศรษฐี เป็นคนขยัน ตื่นก่อน นอนทีหลัง โจระกาเป็นคนขยันเป็นหูเป็นตาแทนท่านเศรษฐี

วันหนึ่งท่านเศรษฐีเวลาเช้าออกเดินเล่นในบริเวณบ้าน ได้เห็นหนูตัวหนึ่งตายอยู่ เศรษฐีจึงเรียกเขามาให้เอาหนูไปทิ้ง เขาก็คิดว่าคนมีปัญญาต้องได้เงิน จึงเอาไปขายได้เงิน 1 บาท ก็เอาเงินไปฝากไว้กับท่านเศรษฐี ต่อมาไม่ช้ามีพ่อค้าม้าเอาม้ามาขาย เขาก็รับจ้างเจ้าของม้าเอาหญ้ามาขายให้ม้า ได้เงินแล้วก็เอาเงินไปฝากท่านเศรษฐีไว้ ต่อมาอีกไม่นานก็เกิดพายุใหญ่พัดต้นไม้หัก ระเนระนาด เขาก็มาคิดว่าเราจะทำอย่างไรจึงจะได้เงิน เขาจึงคิดได้ว่าตัดต้นไม้พวกนี้ไปขายในเมือง แล้วเอาเงินไปฝากเศรษฐีไว้ แล้วเหลือแต่กิ่งไม้ใหญ่ก็เอาไปเผาถ่านในสวน แล้วนำถ่านไปขายในเมือง แล้วก็เอาเงินไปฝากท่านเศรษฐีไว้อีก

ต่อมาเรือพ่อค้าต่างประเทศได้นำสินค้ามาจอดที่ท่าในเมือง เขาก็ถือโอกาสเข้าไปหาเศรษฐีผู้เป็นนาย ขอยืมเสื้อเศรษฐีผู้เป็นนาย แล้วเล่าเรื่องราวให้ท่านเศรษฐีฟัง เศรษฐีก็ยอมอนุญาตให้ โจระกามานพลูกจ้าง เมื่อเขาได้เสื้อของเศรษฐีผู้เป็นนายแล้ว เขาก็ใส่เสื้อเดินลงเรือประมูลสินค้าได้กำไรถึง 200 ล้าน แล้วก็นำเงินมาฝากเศรษฐีไว้อีก เศรษฐีผู้นายจึงคิดว่า นายโจรกามานพมีปัญญา เป็นคนขยันย่อมหาทรัพย์ได้ จึงมาคิดว่าบุคคลอื่นๆ เรายังมองไม่เห็นเหมือนโจระกามานพนี้เลย จึงได้ยกธิดาสาวและสมบัติทั้งหมด และยกลูกสาวให้เป็นภรรยา เขาจึงได้เป็นเศรษฐีชื่อว่าโจระกาเศรษฐีแทนพ่อตา ต่อมาทราบถึงพระเจ้าพาราณสี จึงพระราชทานเศวตฉัตร ปฏิรูปะการี ทุลาวาอุกาตา วิฑะเตฑะนัง คนหมั่นขยันมีความเพียร ประกอบการให้เหมาะสมเจาะ ย่อมหาทรัพย์ได้