พญางูเหลือมสิ้นฤทธิ์

นายแสวง หุ้มแพร ผู้เล่า

ในสมัยดึกดำบรรพ์ตั้งแต่สมัยที่สัตว์บนโลกนี้พูดคุยกันรู้เรื่อง สัตว์แต่ละชนิดก็จะแย่งอำนาจความดุร้ายซึ่งกันและกัน เมื่อตัวที่มีอำนาจตายลง

จะกล่าวถึงงูเหลือมตัวหนึ่งซึ่งเฝ้าหนองน้ำอันกว้างใหญ่ มีปลาหลากชนิดเต็มไปหมด หนองน้ำแห่งนี้เป็นที่หวงแหนของเจ้างูเหลือมเป็นยิ่งนัก ถ้าใครหลงมาหาปลาที่หนองน้ำนี้ก็จะเจองูเหลือมตัวใหญ่เท่าท่อนซุง เมื่อกลับไปบ้านก็จะมีอันเป็นไปถึงแก่ชีวิตทุกราย จนชาวบ้านขนานนามว่า “หนองงูเหลือม” แพร่สะพัดออกไปไกล

แต่ยังมีชายใจกล้ามาจากบ้านไกลคนหนึ่งได้เดินทางมาหาปลายังหนองน้ำแห่งนี้ เขาได้ปลาไปเป็นจำนวนมาก แต่ไม่พบกับงูเหลือมเพราะงูเหลือมได้ออกกไปเที่ยวเมื่อชายผู้นั้นได้ปลาก็กลับบ้าน แต่ยังมีรอยเท้าอยู่ที่ริมหนอง พอชายหาปลากลับถึงบ้านก็ได้เสียชีวิตลงอย่างไม่คาดคิด เพราะงูเหลือมกลับจากไปเที่ยวได้เห็นปลาในหนองน้ำหายไปและมีรอยเท้านั้นทำให้คนหาปลาตาย

ต่อจากนั้นเจ้างูเหลือมก็ได้ออกเที่ยวต่อไปถึงหมู่บ้านห่างไกล บ้านของชายที่ไปหาปลานั่นเอง บ้านหลังนั้นมีคนมากันมากมาย แลมีนกกาเกาะอยู่บนกอไผ่ริมรั้ว งูเหลือมเห็นคนมากมาย จึงร้องถามนกกาขึ้นว่า “เจ้ากาเอ๊ยบ้านนี้เขามีอะไรกัน คนจึงมาคุยกันมากมาย” เจ้ากาจึงตอบว่า “คนพวกนี้เขาคงมากินปลากันน่ะ เพราะมีปลามากมาย ข้าเองก็มาคอยกิน ขี้ปลาหัวปลาอยู่นี่แหละ”

เมื่องูเหลือมได้ยินเช่นนั้นก็คิดว่า ตนคงเสื่อมพิษหมดอำนาจเพราะฉกรอยเท้าเมื่อตะกี้นี้แล้วทำไมจึงไม่ตาย งูเหลือมคิดเช่นนั้นแล้วก็กลั้นหายใจตาย ข้างรั้วนั่นเอง

กามองเห็นงูเหลือมตายก็ตกใจ แล้วบินไปตะโกนไปด้วยว่า พญางูเหลือมตายๆ ๆ ๆ เสียงที่ตะโกนได้ยินไปยังบรรดางูทั้งหลาย งูเหล่านั้นก็รีบไปกินพิษของงูเหลือม งูเห่าไฟไปก่อนเพื่อกินอิ่มแล้วก็เกลือกจนทั่วตัวจึงมีพิษมาก ส่วนงูจงอาง งูเห่า งูสามเหลี่ยม ก็กินจนอิ่มหนำสำราญดี บรรดาสัตว์ทั้งหลายที่อยากมีพิษก็มานั่งรอ ยืนรอเพราะเข้าไปไม่ถึง ส่วนเจ้ามดตะนอยก็มายืนเท้าเอวคอดกิ่วมาจนทุกวันนี้

ตั้งแต่นั้นมางูเหลือมก็หมดพิษ ส่วนงูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยมก็มีพิษแทนเพราะไปกินพิษงูเหลือม