ทำไมคนเราจึงต้องแต่งงานกัน

นายเพียร โพธิ์เจริญ ผู้เล่า

เพราะเหตุว่าความรักที่มาจากในอดีตกับปัจจุบัน คนโบราณจึงได้กล่าวกันไว้ว่า เคยทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน เก็บดอกไม้ร่วมต้น ทำกุศลร่วมกัน เรื่องนี้มีตัวอย่างเรื่องภรรยาของโฆษกเศรษฐี ซึ่งเคยเป็นสามีภรรยากันมาในชาติก่อน พอมาชาตินี้โฆษกเศรษฐีได้ไปเกิดเป็นลูกบุญธรรมของเศรษฐีผู้หนึ่ง ซึ่งเศรษฐีก็ไม่ชอบคิดจะฆ่าเสีย แต่ฆ่าตรงๆ ก็ไม่ได้ 16 ปี เศรษฐีทั้งสองก็เป็นเพื่อนกัน เรียกว่าเศรษฐีบ้านนอกกับเศรษฐีในกรุง คราวนี้เศรษฐีบ้านนอกก็จะยืมมือเศรษฐีในกรุงให้ฆ่าลูกบุญธรรมของตัวจึงเขียนจดหมายฝากให้โฆษกถือไป โฆษกไม่รู้หนังสือ ก็นำจดหมายนั้นไปถึงบ้านเศรษฐีในกรุง โดยในจดหมายนั้นให้ฆ่าโฆษกเสียเมื่อไปถึงบ้านเศรษฐีในกรุงแล้วไม่พบเศรษฐีผู้เป็นบิดาพบแต่ธิดาของเศรษฐี นางนั้นก็จัดอาหารให้รับประทานจนอิ่มหนำสำราญแล้วก็หลับไป

ธิดาผู้เป็นเศรษฐีนั้นเกิดความรักโฆษกเมื่อเห็นรูปและได้ยินชื่อ เมื่อโฆษกกุมารนอนหลับ ก็พบจดหมายที่พกไว้ที่ชายผ้าจึงเกิดอ่านได้ความว่า “เมื่อเจ้าโฆษกถึงที่นี่ให้เศรษฐีจัดการฆ่าเสีย” นางก็แปลงสารใหม่ว่า “เมื่อโฆษกกุมารถึงนี่ให้จัดการแต่งงานกับลูกสาวเศรษฐีด้วย” เราทั้งสองเป็นเศรษฐีเสมอกันจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันในวันหน้า เมื่อเศรษฐีกลับจากที่เฝ้าพระราชามาถึงบ้านอาบน้ำกินข้าวรู้ความแล้ว ก็จัดการแต่งงานลูกสาวของตนกับโฆษกกุมารจนทั้งสองอยู่กินเป็นสามีภรรยา เศรษฐีในกรุงก็จดหมายไปถึงเศรษฐีบ้านนอกว่าได้จัดการแต่งงานเรียบร้อยแล้ว และได้มอบทรัพย์สมบัติให้ด้วย จึงสมกับพุทธภาษิตว่าความรักย่อมเกิดด้วยความเคยอยู่ร่วมกันในชาติก่อน และด้วยความเกื้อกูลกันในปัจจุบัน