ทำไมเสือจึงมีลาย

นายแสวง หุ้มแพร ผู้เล่า

ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ตั้งแต่มนุษย์กับสัตว์ยังพูดคุยกันรู้เรื่อง ยังมีชาวบ้านป่าแห่งหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ตามป่ามีเชิงเขาอยู่รอบด้านเปรียบเสมือนรั้วบ้าน ชาวบ้านเหล่านี้มักจะมีอาชีพเก็บผลไม้ป่า ล่าสัตว์เป็นอาหาร

อยู่มาวันหนึ่งชายในหมู่บ้านรูปร่างกำยำบึกบึน ในมือถืออาวุธคู่ใจคือ ขวานหินบิ่นๆ ของเขานั่นเอง เขาเดินลัดเลาะเข้าไปในป่าที่มีแต่อันตราย ด้วยความระมัดระวังพร้อมกับส่ายสายตามุ่งไปข้างหน้าและรอบๆ กายของเขาเพื่อระวังภัยและหาเหยื่อ ในขณะที่เขาเดินและสอดส่องสายตาอยู่นั้น สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับร่างร่างหนึ่ง ใหญ่โตเหมือนเจ้าป่าทั้งตัวมีสีนวลเหมือนฟางข้าว มีหางยาวสี่ศอก มีขากำยำทั้งสี่ขา มีฝ่าเท้าเท่าจานกระเบื้องนั้นมันคือเสือ ! เขาอุทานด้วยความตกใจ

ฝ่ายเจ้าเสือเห็นนายพรานก็ดีใจร้องขู่ขึ้นว่า

“เจ้าพรานใจร้ายกล้าเข้ามาถึงถิ่นข้าทีเดียวรึ ข้าจะจับเจ้ากินเป็นอาหารเสีย”

เมื่อนายพรานได้ยินจึงพูดอย่างใจดีสู้เสือขึ้นว่า

“เจ้าอย่าพึ่งจับข้ากินเลยข้ามาถึงที่นี่ก็เพราะข้าจะมาบอกเจ้าว่าให้รีบหนีไปจากป่านี้เสียเถิด เพราะโลกจะแตก น้ำจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว และเจ้าจะเป็นอาหารของปลา เจ้าไม่กลัวรึ”

เมื่อเสือได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ ตัวสั่น

นายพรานจึงพูดต่อไปว่า เจ้าเสือเจ้าไม่ต้องตกใจหรอกข้ามีวิธีที่จะช่วยเหลือเจ้าแล้ว เจ้าจะให้ข้าช่วยเจ้าไหม

เสือตอบว่าให้ นายพรานช่วยให้ข้าพ้นจากภัยนี้ด้วยเถิด

นายพรานได้ทีจึงบอกวิธีช่วยเสือ คือ ข้าจะตัดหวายตัดเครือมาผูกเจ้าแขวนไว้บนต้นไม้ เจ้าจะได้พ้นจากภัย เมื่อนายพรานพูดกับเสือเสร็จจึงตัดหวายเครือรีบมัดเจ้าเสือทันที และเฆี่ยนตีเสือจนลายหมดทั้งตัว

เสือถูกนายพรานเฆี่ยนก็ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดจนสลบไป นายพรานเห็นเสือหยุดดิ้นคิดว่าเสือตายจึงหยุดเฆี่ยนแล้วกลับบ้าน ส่วนเจ้าเสือฟื้นขึ้นมาก็ดิ้นจนหวายเครือที่มัดขาด

เสือจึงหลุดเป็นอิสระได้ ตั้งแต่นั้นมาเสือได้มีลายเพราะถูกนายพรานเฆี่ยน เมื่อเสือไปผสมพันธุ์กันก็ออกลูกมาลายทุกตัว มาจนกระทั่งบัดนี้