ท้าวแสนปม

นายศิวราช กบิลคราม ผู้เล่า

นิทานที่จะเล่าดังต่อไปนี้ เป็นนิทานที่ผมได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่สมัยผมเป็นเด็กๆ ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าให้ฟัง ปู่ ย่า ตา ยาย ก็เล่าคล้ายๆ กับนิทานหรือตำนานที่เล่าต่อๆ กันมา เป็นเรื่องราวการก่อตั้งกรุงศรีอยุธยา หรืออาจจะเป็นเมืองโบราณคำว่าวังโบราณอันนี้อาจจะไม่ได้หมายถึงกรุงศรีอยุธยา อาจจะเป็นวังโบราณที่ว่าเป็นปฐมครั้งแรกของราชอาณาจักรไทยหรือของคนไทยเราก็ได้ อาจจะเป็นกรุงอโยธยา หรือว่าเป็นเมืองในวรรณคดีรามเกียรติ์ อาจจะเป็นเมืองของพระราม รามปุระอะไรทำนองนี้ ซึ่งก็เล่ากันต่อๆ กัน เรื่องเล่ามีอยู่ว่า :

วังโบราณอาจจะเป็นวังโบราณที่เราเรียกกันทุกวันนี้ หรืออาจจะเป็นวังโบราณหน้าสถานีรถไฟของจังหวัดอยุธยา ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของสถานี อันนี้ก็ถือว่าเป็นวังโบราณซึ่งเป็นกรุงอโยธยาเดิมหรืออาจจะเรียกชื่ออื่น อาจจะเรียกว่ารามปุระซึ่งเป็นเมืองของพระรามอะไรเหล่านี้ ซึ่งอันนั้นก็เป็นเรื่องนานมาแล้ว ปู่ ย่า ตา ยาย ก็เล่าให้ฟังว่า เดิมที่นั้นมีกษัตริย์หรือผู้ครองกรุงเก่า หรือกรุงโบราณ กษัตริย์องค์นั้นมีลูกสาวหรือพระราชธิดาอยู่องค์หนึ่ง ขณะที่ครองราชย์อยู่นั้น วังก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนัก และเมืองก็ยังไม่สวยงามและมีชายหนุ่มอยู่คนหนึ่งซึ่งเกิดมานั้นตัวเป็นปม ซึ่งชาวบ้านต่างเรียกกันว่า “แสนปม” อยู่ใกล้ๆ กับเมืองโบราณหรือกรุงเก่านั้น แต่แสนปมได้ปลูกต้นมะเขือปลูกต้นผักอะไรต่างๆ ไว้ เพื่อจะใช้กิน ปลูกไว้มาก อยู่มาวันหนึ่งราชธิดาของกษัตริย์ได้เสด็จประพาสและผ่านมายังสวนที่ปลุกพริกปลูกมะเขืออะไรนั้น พระราชธิดานั้นก็ทรงชอบชอบพวกผลไม้หรือพวกผักต่างๆ เหล่านั้น ชอบการที่แสนปมได้ทำสวนก็เลยมาคุยด้วยและมาเที่ยวเรื่อยๆ ต่อมาพระราชธิดาได้ขอมะเขือไปรับประทาน และอาจจะขออะไรหลายๆ อย่างเช่น ขอพริกอะไรต่างๆ อยู่ต่อมาเรื่อยๆ พระราชธิดาก็มีครรภ์ขึ้นกษัตริย์ของกรุงโบราณรู้สึกโมโหและโกรธมาก และพยายามถามพระราชธิดาว่าไปลักลอบได้เสียกับใครมา แต่พระราชธิดาก็ไม่ยอมบอก จนกระทั่งได้คลอดพระราชบุตรออกมา เป็นผู้ชาย และอยู่มาจนกระทั่งพระราชบุตรนั้นคลานได้แล้ว กษัตริย์แห่งเมืองโบราณนั้นก็ต้องการที่จะให้หาพ่อของเด็ก ก็เลยประชุมกับข้าราชบริพาร และเหล่าเสนาอำมาตย์และข้าราชการฝ่ายในต่างๆ ว่าจะทำอย่างไรดีจึงจะรู้ว่าพ่อของเด็กนั้นเป็นใคร ข้าราชบริพารเหล่านั้นและสมณะชีพราหมณ์ได้ลงความเห็นว่าควรจะเรียกประชาชนมา และให้เด็กคลานไปหา ถ้าเด็กคนนั้นคลานไปหาใครก็จะถือคนนั้นเป็นพ่อของเด็ก ซึ่งวิธีนี้อาจจะเป็นวิธีทางไสยศาสตร์อะไรสักอย่างหนึ่งพอถึงวันนั้นคนก็มาทั้งหมดทุกคนต่างเอาขนมมาล่อเอาอะไรต่างๆ มาล่อกัน เด็กก็คลานไป คลานไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่แวะหาผู้ชายคนใดผู้ชายต่างๆ เหล่านั้นต้องการที่จะให้เด็กมาหา เพื่อที่ว่าต้องการที่จะเป็นลูกเขยพระเจ้าแผ่นดิน แต่เด็กก็ไม่ไปหาใครเลย

วันต่อมาพระเจ้าแผ่นดินก็ได้ถามพวกข้าราชบริพาร และประชุมกันกันว่ายังมีใครอีกที่ยังไม่มา ก็ปรากฏว่ามีคนทูลว่ายังมีอีกคนหนึ่งที่อยู่นอกกรุงโบราณนี้ออกไป ซึ่งปลูกพืชปลูกผักเป็นอาชีพ พระเจ้าแผ่นดินก็ให้ไปตามแสนปมมา ซึ่งคนทั่วไปรู้จักดี แต่แสนปมก็รู้อยู่แล้วว่าลูกพระราชธิดานั้นเป็นลูกของตนเอง แสนปมก็ได้นำเอาข้าวตากข้าวเย็นหรือข้าวก้นหม้อติดมือมา ซึ่งตอนนั้นก็มีคนอื่นอยู่ด้วย ผู้ชายคนอื่นที่ต้องการจะได้พระราชธิดาก็มากันมากมาย แต่แสนปมนั้นอยู่หลังสุด โอรสหรือหลานของพระเจ้าแผ่นดินก็คลานไป คลานผ่านคนอื่นไปทั้งหมด เมื่อผ่านคนอื่นมาหมดก็มาหยุดที่แสนปม โอรสก็คว้าเอาข้าวเย็น เมื่อคว้าเอาข้าวเย็นกินแล้วข้าราชการบริพารต่างๆ ก็ถือว่าแสนปมนั้นเป็นบิดาของเด็ก และก็ให้อยู่กินด้วยกัน แต่ว่าไม่ได้อยู่ในพระนคร เพราะว่าแสนปมนั้นน่าเกลียดมาก มีปมขึ้นเต็มตัว และให้พระราชธิดานั้นออกจากวังไปและไปอยู่กับแสนปมเมื่อไปอยู่กับแสนปมแล้ว ต่อมาแสนปมก็พยายามสร้างเนื้อสร้างตัว และในฐานะที่เป็นลูกเขยพระเจ้าแผ่นดินจึงมีประชาชนให้ความเคารพนับถือ หลังจากนั่นก็เลยสร้างพระราชวังขึ้น คนผู้เฒ่าผู้แก่เขาบอกว่าที่ท้าวแสนปมสร้างนั้นก็เป็นวังโบราณ ซึ่งเป็นกรุงเก่าหรือกรุงอโยธยาเดิม หรือเป็นกรุงที่เรียกว่าเป็นรามปุระในเรื่องรามเกียรติ์ซึ่งอันนี้ไม่ได้เจาะจงไปว่าเป็นกรุงใด แต่บอกว่าเป็นเรื่องของการสร้างวัง สร้างวังครั้งแรกก่อนที่จะเป็นพระราชธานีของไทยเรา แต่เมื่อลูกของท้าวแสนปมนั้นโตขึ้นแล้ว ซึ่งตามผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังนั้นลูกของท้าวแสนปมคือ พระเจ้าอู่ทองที่สร้างกรุงศรีอยุธยาปัจจุบัน อันนี้ข้อเท็จจริงอย่างไรนั้นก็ไม่สามารถจะตอบได้ เพราะมันเป็นนิทานเรื่องเก่า ที่นี้ถ้าเราพิจารณาถึงประวัติศาสตร์แล้ว กรุงศรีอยุธยากับกรุงสุโขทัยนั้นเกิดไล่เลี่ยกัน ซึ่งก่อนที่จะกรุงศรีอยุธยานั้นยังมีกรุงศรีอยุธยาอีกซึ่งเราเรียกว่า “อโยธยา” อันนี้หลักฐานก็มีถ้าสงสัยหรือต้องการที่จะทราบก็ต้องไปที่วัดเดิมหรือวัดอโยธยาเดิม เราจะเห็นกำแพง เห็นเป็นพระราชฐาน เห็นเป็นวัด เป็นปราสาท เป็นอะไรมากมาย ซึ่งอยู่ในป่า ซึ่งการที่คนเฒ่าคนแก่เล่านั้นอาจจะเป็นกรุงนั้น ซึ่งกรุงนั้นเกิดก่อนกรุงศรีอยุธยาและคาดว่าจะเกิดในสมัยละโว้ เพราะฉะนั้นที่เล่าไม่ทั้งหมดนี้ก็อาจจะหมายถึงกรุงอโยธยาเดิม หรืออาจจะเป็นเมืองแรกหรือกรุงแรกที่พระเจ้าอู่ทองสร้าง และก็หนีภัยโรคอทิวาตกโรคและก็มาสร้างวังเล็กๆ ขึ้นที่ตำบลเวียงสมัยโบราณอาจจะเรียกว่าหนองเหล็ก ที่เป็นวัดพุธไธสวรรย์ในปัจจุบัน และก็ย้ายไปสร้างกรุงศรีอยุธยาที่หนองโสนหรือวังโบราณเดี๋ยวนี้ อันนี้ขอให้ได้ไปพิจารณา ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องเก่าหรือเป็นนิทานพื้นบ้านซึ่งผมเองได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ กามคนเฒ่าคนแก่เขาก็บอกว่าเขาเล่ากันมาอย่างนั้นสำหรับเรื่องนี้ผมขอจบเพียงแค่นี้