หนีโรคห่า

นายซ่อน ดอกกุหลาบ ผู้เล่า

ชายสองคนเป็นสหายกัน เมื่อเรียนวิชาจากสำนักพระเจ้าตาสำเร็จแล้วก็สัญญากันว่าจะช่วยเหลือกันแม้ชีวิต แล้วจึงเดินทางกลับบ้านเมืองของตน ในระหว่างทางที่มาด้วยกันกันนั้น บังเอิญก็ไปพบบ่อทองเข้า หลังจากตกลงวิธีการที่จะช่วยเหลือกันแล้วชายผู้หนึ่งก็กระโดดลงไปในบ่อทอง อีกคนหนึ่งก็ช่วยกันดึงขึ้นจากบ่อทอง ชายคนนั้นก็ปรากฏว่ามีร่างกายชุบทองสวยงามอร่ามตา แล้วอีกคนหนึ่งอยากจะร่างกายสวยงามกับเขาบ้าง ก็โดดลงไปทันที

ชายผู้มีร่างกายเป็นทองแล้วก็คิดว่า “เอ ! ถ้าเพื่อนเราจะมีร่างกายเหมือนเรา คนทั้งหลายเห็นเราเข้า ตัวเป็นทองทั้ง 2 คนก็จะไม่เห็นอัศจรรย์ เราจะทิ้งเพื่อนผู้นี้เสีย แล้วก็หนีไป จะทำให้เราเป็นคนอัศจรรย์แต่ผู้เดียว” ว่าแล้วเขาก็ปล่อยให้เพื่อนจมอยู่ในบ่อทองนั้น ส่วนตัวเขาพอกลับถึงบ้านเมืองก็ได้รับการยกย่องเป็นเจ้า มีชื่อว่าพระเจ้าอู่ทอง

ในละแวกบ่อทองนั้นมีฤาษีผู้วิเศษองค์หนึ่งมายังบ่อทองนั้น เห็นในบ่อทองเป็นฟองผิดปกติจึงตรวจค้นดูก็พบศพชายผู้นั้น แต่ด้วยความสงสารแล้วชุบให้มีชีวิตขึ้นมา ถามความเป็นไปพอทราบความจึงอนุญาตให้ขอเป็นอะไรได้เพียงอย่างเดียวตามแต่จะปรารถนาชายผู้ถูกชุบชีวิตขึ้นมาก็บอกกับฤาษีผู้วิเศษว่า “ข้าพเจ้าขอเป็นห่า” ตามล้างเพื่อนให้จงได้ชายผู้นั้นตอบด้วยความเคียดแค้นชิงชัง

พระฤาษีจึงให้เป็นห่า แต่มีข้อแม้ว่าให้ติดตามเพื่อนไปได้เพียงละย่างก้าวนกเขา คือช่วงระยะหนึ่งของนกเขา ห่าตัวนี้ติดตามความพยาบาทในที่สุดก็ทันเข้าจนได้ จึงเกิดโรค “ห่า” ลงเมืองอู่ทองจนพระเจ้าอู่ทองต้องอพยพผู้คนหนีข้ามทุ่งไปสร้างเมืองให้ที่อยุธยาจนกระทั่งกลายมาเป็นกรุงศรีอยุธยาด้วยประการฉะนี้แล