เกาะหนู-เกาะแมว

นางชดช้อย พรหมสิน ผู้เล่า

ในสมัยอดีตกาลนานมาแล้ว ครั้งนั้นที่จังหวัดสงขลา ยังไม่มีเกาะและเขาเหมือนเช่นทุกวันนี้ เรื่องที่จะเกิดมีภูเขาและเกาะต่างๆ ขึ้นนั้นก็เนื่องมาจากมีเศรษฐีชาวจีนผู้หนึ่งได้แล่นเรือสำเภามาเมืองไทย และได้ซื้อข้าวที่เมืองสงขลาไปขายที่เมืองจีนเศรษฐีนี้มีแก้วสารพัดนึกหรือแก้ววิเศษอยู่อันหนึ่ง ซึ่งแกหวงแหนมากไม่ยอมให้ใครแตะต้องและได้เก็บไว้ในห้องอย่างมิดชิด กล่าวกันว่าไม่มีใครได้เคยเข้าใกล้ชิดหรือได้เคยเห็นแก้ววิเศษก้อนนั้นเลย

คราวหนึ่งเศรษฐีผู้นี้ก็แล่นเรือสำเภามาที่สงขลา เพื่อบรรทุกข้าวไปขายที่เมืองจีนอีก คราวนี้เผอิญมีหนูตัวหนึ่งติดเรือไปด้วย หนูตัวนี้เป็นที่ฉลาดมากมันรู้ว่าเศรษฐีมีแก้ววิเศษ มันติดอยากได้ มันจึงคิดวางแผนการที่จะเอาแก้ววิเศษนั้นมาเป็นของมันอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเรือบรรทุกข้าวไปถึงเมืองจีน เจ้าหนูตัวนี้ก็สะกดรอยตามเศรษฐีไปจนถึงบ้าน โดยที่เศรษฐีไม่รู้ตัวว่ามีนักเลงดีตามมาจากสงขลา คืนนั้นหลังจากเศรษฐีหลับนอนเจ้าหนูแสนกลก็เข้าไปในห้องแล้วขโมยแก้ววิเศษออกมา มันนึกว่าทำอย่างไรถึงจะเอาแก้วไปสงขลาได้ ครั้นจะรอจนกว่าเรือสำเภาจะกลับไปยังสงขลาก็คงจะกินเวลานาน และอาจจะถูกเศรษฐีจับได้เสียก่อน แต่แล้วในที่สุดมันก็ตัดสินใจกระโจนลงทะเลว่ากลับสงขลาทั้งนี้เพราะอำนาจของแก้ววิเศษที่ได้ช่วยมันไม่ให้จมน้ำ

ฝ่ายเศรษฐีตื่นขึ้นในตอนเช้านึกสังหรณ์ใจอะไรบางอย่าง จึงไปเปิดดูที่ไว้แก้ววิเศษเห็นแต่ผ้ากองอยู่และมีรอยขาดเป็นวงๆ ส่วนแก้วหายไป เศรษฐีตกใจมากค้นหาทั่วห้องก็ไม่พบ แต่ปรากฏรอยเท้าเล็กๆ เป็นทางเข้ามาจากโพรงตรงฝาประกอบกับผ้าที่ถูกกัดคิดว่าต้องเป็นหนูแน่ๆ เมื่อคิดมาตรงนี้เศรษฐีก็ยิ่งเศร้าเสียดายหนักขึ้น ไม่เป็นอันกินอันนอน นึกถึงแต่แก้วสารพัดนึกหายไป

เศรษฐีแกเลี้ยงสัตว์คือแมว 1 ตัว กับสนุข 2 ตัว สัตว์ทั้ง 3 เป็นสัตว์ที่แสนรู้และมีความกตัญญูมากขึ้น เมื่อมันเห็นเจ้านายเศร้าโศกไม่ยอมพูดจาเล่นหัว มันทั้ง 3 จึงพากันไปหาแมว จึงถามขึ้นว่า “นายเป็นอะไรไปจึงเศร้าโศกไม่ยอมพูดจาเล่นหัว" มันทั้ง 3 จึงพากันไปหาแมว จึงถามขึ้นว่า ”นายเป็นอะไรไปจึงดูเศร้าโศกนัก นายมีเรื่องอะไรบอกให้เรารู้บ้าง เผื่อจะช่วยนายได้“ เศรษฐีส่ายหน้าอย่างหมดหวัง จึงตอบว่า ”ทุกข์ของเราครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก นายจงแบ่งความทุกข์ให้พวกเราบ้างเถิด บางทีพวกเราจะช่วยเหลือนายได้บ้าง”

“ขอบใจนายทั้งสามมากที่เป็นทุกข์กับเรา แต่ว่าความทุกข์ของเราครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกว่าที่เจ้าจะช่วยได้”

"ถึงจะใหญ่แสนใหญ่อย่างไรพวกเราทั้งสามก็ยินดีช่วยนายสุดความสามารถขอนายได้โปรดเล่าให้พวกเราฟังหน่อยเถิด” สัตว์ทั้งสามพยายามอ้อนวอน

เศรษฐีเมื่อเห็นสัตว์ทั้งสามอ้อนเช่นนี้ก็เล่าเรื่องแก้วสารพัดนึกหายให้ฟังและเสริมว่า

“ข้านึกสงสัยจะมีหนูมาจากเมืองไทย และลักเอาแก้วนี้ไป”

“อ๊ะอย่างนั้นก็เหยียบจมูกกันมากเกินไปละ” แมวแยกเขี้ยวพูดอย่างโกธรจัด

“นั่นซิทำอย่างนี้ดูถูกกันชัดๆ ” สุนัขพากันแยกเขี้ยวคำราม

“เราต้องออกติดตาม” แมวหันมาทางสุนัข “มันคงหนีไปไม่ได้ไกลหรอกตัวเล็กๆ แต่นั้น มาเราจะไปตามเอาแก้ววิเศษมาให้นาย”

ทั้งแมวและสุนัขก็กระโดดลงไปในทะเล ทั้งสามต่างก็อ่อนเพลียเหนื่อยอ่อนไปตามๆ กัน หนูก็พยายามว่ายเข้าหาฝั่งเมืองสงขลา แมวก็ว่ายตามเข้าไปอย่างกระชั้นชิดตามติดด้วยสุนัข ครั้นใกล้จะถึงปากอ่าวเมืองสงขลา หนูหันมาเห็นแมวตามหลังมาเช่นนั้นก็ตกใจปล่อยแก้ววิเศษที่คาบมานั้นเสีย แก้ววิเศษจึงลงจมใต้ทะเล แต่โดยที่ทั้งแมวและหนูต่างก็อดอาหารมาหลายวันประกอบกับเหนื่อยอ่อนด้วยกันทั้งคู่ ทั้งหนูและแมวต่างก็หมดกำลังใจจมน้ำตายที่ปากอ่าวเมืองสงขลานั้น ส่วนสุนัขที่ตามมาข้างหลังมีกำลังมากกว่าแมวและหนูก็พยายามว่ายถึงฝั่ง แต่ถึงกระนั้นก็เดินตุปัดตุเป๋ไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ล้มลงขาดใจตายด้วยความเหนื่อยและหิว

แก้วสารพัดนึกหรือแก้ววิเศษที่จมใต้ทะเลตรงปากอ่าว ก็ได้กลายเป็นหาดทรายขึ้นมา และด้วยอานุภาพของแก้ววิเศษก็บันดาลให้หนูและแมวที่จมน้ำตายกลายเป็นเกาะขึ้นมาเรียกว่า “เกาะหนู” และ “เกาะแมว” มาจนทุกวันนี้ ส่วนซากของสุนัขสองตัวกลายเป็นภูเขาสองลูกเรียกกันว่า “เขาน้อย” และ “เขาตังกวน” หาดทรายที่เกิดขึ้นเพราะแก้ววิเศษก็เลยได้ชื่อว่า “หาดแก้ว” มาจนทุกวันนี้