สาวร้องไห้

นางสาวทิพวรา ไทรน้อย ผู้เล่า

เมื่อประมาณเกือบสองร้อยปีที่ผ่านมา ที่บ้านโคกสว่าง จังหวัดสระบุรี มีชายคนหนึ่งชื่อ นายต๊ะ แกเป็นคนมีความรู้ทางเวทมนต์ไสยศาสตร์เก่งกล้าคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจที่เก่งกาจอย่างไร เมื่อมาประจัญกับแกก็ต้องพ่ายแพ้ทุกรายไป ในครั้งนั้นทางบางกอกกำลังจัดสร้างปราสาทราชวังกันเป็นการใหญ่ ต้องใช้เสาสำหรับทำปราสาทมากเสนาบดีจึงมีบัญชาให้เจ้าเมืองต่างๆ จัดหาเสาขนาดใหญ่ต้นงามๆ ส่งเข้าไปในกรุงเจ้าเมืองดีพอที่จะทำปราสาท ราชมณเฑียรได้ก็ให้ช่วยกันตัดส่งเข้ามาคัดเลือก เพื่อจะได้นำส่งเข้าไปในบางกอกอีกต่อหนึ่ง

ในครั้งนั้นมีพวกรับอาสาหาเสากันมาก แต่ไม่ค่อยได้เสาดีๆ มีดีอยู่ต้นหนึ่งเป็นไม้ต้นหนึ่งเป็นไม้ตะเคียนทองเหมาะสมที่จะเป็นเสาเอก แต่เหตุที่ตะเคียนต้นนี้มีนางไม้สิงอยู่จึงไม่มีใครสามารถตัดได้ นายต๊ะเมื่อทราบว่ามีต้นตะเคียนทองงดงามเช่นนั้น จึงเดินทางไปยังตำบลที่มีต้นตะเคียนทองนั้น เมื่อไปถึงก็จัดเครื่องบวงสรวงสังเวยอันเชิญนางไม้ให้ออกมาปรากฏกาย นางไม้แพ้อำนาจเวทมนต์ของนายต๊ะ จึงออกมาปรากฏร่างให้เห็น นายต๊ะจึงพูดว่า “นี่แน่ะนางบัดนี้เจ้าเหนือหัว ต้องการที่จะได้เสางามๆ ไปสร้างปราสาท เพื่อให้เกิดสิริมงคลแก่ผู้อยู่เราเห็นต้นตะเคียนต้นนี้มีลักษณะงดงามเหมาะจะเป็นเสาเอกได้ จึงจะขอตัดส่งเข้าไปยังเมืองหลวง ขอนางอย่าได้กีดกันเลย” “ก็เป็นความต้องการของเจ้าเหนือหัวเราก็ไม่ขัดข้อง แต่มีข้อแม้อยู่ว่าท่านจะต้องเป็นผู้พาเราไปส่งด้วยตนเอง” นางได้บอกนายต๊ะไปเช่นนั้น ซึ่งนายต๊ะก็ตกปากรับคำ เมื่อนางไม้ยอมทำตามแล้ว นายต๊ะก็จัดแจงโค่นต้นตะเคียน เพื่อนำไปบางกอก แต่ระหว่างเตรียมการณ์อยู่นั้นเกิดเหตุร้ายขึ้น คือมีผู้อิจฉานายต๊ะว่าถ้านำเสาต้นนี้ไปถึงบางกอกได้ คงจะได้รางวัลมากจึงรุมกันฆ่านายต๊ะ เมื่อนายต๊ะถูกฆ่าตายเสาตะเคียนต้นนี้ก็ไม่มีใครสามารถจะนำเคลื่อนที่ไปได้เพราะคนอื่นไม่มีความรู้พอที่ควบคุมนางไม้ที่สิงอยู่ได้ เมื่อไม่มีใครนำไป นางไม้ที่สิงอยู่ก็มีความเสียใจมาก นางร้องไห้คร่ำครวญเสียใจที่ไม่ได้เป็นเสาเอกที่ได้ตกลงกันไว้นายต๊ะ นางได้ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ถึง 3 วัน 3 คืน จึงได้จมลงสู่ก้นคลอง และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พวกชาวบ้านก็พากันเรียกตำบลนั้นว่า ตำบลสาวร้องไห้ ต่อมาเรียกให้สั้นเข้า ก็เลยเหลือแต่เพียงบ้านเสาไห้ จนบัดนี้