ไกรทอง

อาจารย์นิสิต น้อมศาสน์ ผู้เล่า

สวัสดีครับคุณหนูที่น่ารักทุกคน วันนี้ลงจะมาเล่านิทานให้ฟังสนุกๆ ฟังนะฟังนิทานที่ลุงจะเล่านี้เป็นนิทานพื้นบ้านของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำใหญ่ๆ อยู่แถวเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตรปัจจุบันนี้ เรื่องเล่าว่าที่เมืองเมืองนี้มีถ้ำอยู่ใต้น้ำขนาดใหญ่ ภายในถ้ำมีดวงแก้ววิเศษอยู่ในถ้ำ ดวงแก้ววิเศษอยู่ในถ้ำ ดวงแก้ววิเศษนี้มันสามารถส่องแสงทำให้ภายในถ้ำนั้นสว่างไสวไปทั่วทั้งกลางวันและกลางคืน ภายในถ้ำนั้นจะมีจระเข้ใหญ่น้อยอาศัยอยู่มากมาย จระเข้ทุกตัวเมื่อเข้าไปอยู่ในถ้ำจะกลายเป็นคน เหล่าจระเข้นี้ก็มีจระเข้เฒ่าจระเข้ที่มีอายุมากแล้ว ที่จระเข้ทุกตัวเคารพและเชื่อฟังชื่อว่าท้าวรำไพ ลูกของท้าวรำไพชื่อท้าวโคจร ท้าวโคจรมีลูกชื่อชาละวัน ชาละวันเป็นจระเข้ที่ฉลาดแข็งแรง อยู่มาท้าวโคจรตายลง เนื่องจากถูกจระเข้ด้วยกันกัดตาย ชาละวันก็อยู่มากับปู่ ปู่ก็เฝ้าสอนสั่งอบรมจนเติบใหญ่และท้าวรำไพก็แก่ลงชาละวันก็เติบเป็นหนุ่มใหญ่ ต่อมาชาละวันก็ตั้งตัวเป็นใหญ่ ปกครองจระเข้น้อยใหญ่ แต่ด้วยนิสัยอันธพาลของเจ้าชาละวันมันชอบออกจากถ้ำ ขึ้นสู่ผิวน้ำเที่ยวไล่จับผู้คนวัวควายกินเป็นอาหาร ใช้หางของมันฟาดเรือของผู้คนให้ล่มคว่ำ ฟาดสะพานให้พัง และจับผู้คนกิน ด้วยนิสัยอันธพาลของมันชาวบ้านเมืองพิจิตรกลัวกันมาก เพราะเป็นจระเข้ที่ใหญ่โตมาก วันหนึ่งเจ้าชาละวันออกจากถ้ำก็ไปเจอหญิงสาว 2 คน กำลังอาบน้ำสวยมาก หญิงสาวทั้ง 2 คนเป็นลูกสาวของเจ้าเมืองพิจิตร ชาละวันเห็นก็นึกรัก หญิงสาว 2 คน คนหนึ่งชื่อตะเภาแก้ว อีกคนหนึ่งชื่อตะเภาทอง ชาละวันคาบตะเภาแก้วและตะเภาทองเข้าไปในถ้ำ เมื่อเข้าถ้ำแล้วตัวชาละวันก็กลายเป็นคน และได้นางตะเภาแก้วตะเภาทองเป็นเมีย จระเข้ทุกตัวที่เข้าไปในถ้ำ นอกจากจะได้รับแสงสว่างแล้วยังอิ่มทิพย์คือเมื่ออยู่ในถ้ำจะไม่รู้สึกหิวอะไรเลย

เรื่องนี้รู้ถึงเจ้าเมืองพิจิตรๆ รู้ว่าลูกสาวของตัวเองถูกจระเข้คาบไป อ๊ะ ! มันบังอาจมาก มาคาบลูกสาวไปแค้นมาก ก็จึงเที่ยวป่าวประกาศว่าผู้ใดสามารถปราบจระเข้ได้ จะยกนางตะเภาแก้ว ตะเภาทองให้เป็นเมียพร้อมยกทรัพย์สมบัติให้ครึ่งหนึ่ง ก็สั่งให้คนป่าวประกาศตามเมืองต่างๆ ว่าใครสามารถปราบจระเข้ได้จะยกลูกสาวให้เป็นเมีย พร้อมยกสมบัติที่อยู่ให้ครึ่งหนึ่ง ก็เที่ยวป่าวประกาศไปตามเมืองต่างๆ ข่าวนี้รู้ถึงเมืองนนท์มีหนุ่มใหญ่ใจกล้า ชื่อไกรทองรู้ข่าวเข้า ไกรทองเป็นคนดีมีความรู้เรียนคาถาอาคมเกี่ยวกับการปราบจระเข้มาโดยเฉพาะ ว่าแล้วไกรทองก็ไปรับอาสา กับเจ้าเมืองพิจิตร ดังนั้นไกรทองก็ต่อแพ เอาไม้ลูกบวบมาทำแพพร้อมเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ จะไปปราบชาละวัน เตรียมใส่เสื้อยันต์ ทวนน้ำขึ้นไปจากเมืองนนท์ถึงเมืองพิจิตร พอถึงเมืองพิจิตรก็ร่ายเวทมนต์คาถา เอ ! ถ้ำของชาละวันมันอยู่ตรงไหน ก็ได้โอมๆ ๆ ๆ กุ๊กๆ ๆ ๆ เพี้ยง เอ๊ะ ! ตรงนี้คงเป็นถ้ำแน่ๆ เลย ก็พักแพทำพิธีกรรม ร่ายเวทมนตร์ คาถา โอม กุ๊กๆ ๆ ทำให้ชาละวันที่อยู่ในถ้ำก็เกิดความร้อนรุ่มจริงๆ แล้วก่อนหน้านั้น ปู่ของชาละวันคือท้าวโคจรได้กำชับหนาว่าชาละวันอย่าไปนอกถ้ำช่วงนี้ เพราะเจ้าจะได้รับอันตรายชาละวันจึงนั่งทำสมาธิอยู่ในถ้ำ ด้วยเวทมนตร์คาถาทำให้ชาละวันรู้สึกร้อน อยู่ไม่ได้ เอ๊ะ ! เกิดอะไรขึ้นบนผิวน้ำ มันร้อนรุ่มไปหมดเลย ใจอยากจะออกไปนอกถ้ำแต่ติดอยู่ที่ปู่สั่งกำชับไม่ให้ออกไปนอกถ้ำ ไกรทองร่ายเวทมนตร์กี่จบกี่จบชาละวันก็ไม่ออกมาซักที เอ ! ทำอย่างไร เอ๊ะ ! ไม่ได้การละทีนี้ต้องใช้เทียนระเบิด ดังนั้นก็จุดเทียนเพื่อระเบิดถ้ำ แล้วร่ายเวทมนตร์ โอม กุ๊กๆ ๆ พลันปากถ้ำก็ระเบิด ตูม ! ชาละวันก็สงสัย เอ๊ะ ! น้ำเข้ามาได้อย่างไรต้องมีใครที่บังอาจทำ มันบังอาจเหลือเกิน แล้วว่ายขึ้นบนผิวน้ำ เอ๊ะ ! ใครน่ะ แหม ! มันบังอาจล่องแพ มาระเบิดประตูถ้ำเราได้ต้องกินมันซะแล้ว ว่าดังนั้นชาละวันก็ว่ายน้ำตรงไปที่แพ เพื่อจะกินเป็นอาหารไกรทองเมื่อเห็นชาละวันมา โอ ! ใช่แล้วชาละวันวันนี้เอง วันนี้มึงเสร็จกูแน่ๆ เตรียมอาวุธต่างๆ มีด หอก เมื่อชาละวันเข้ามาใกล้ ไกรทองเอามีดทิ่มแทง เกิดคลื่นปั่นป่วนในน้ำขนาดใหญ่ ชาวบ้านแถวนั้นก็มาดูตามริมฝั่งขณะที่ต่อสู้แพก็เกิดแตก ทันใดนั้นไกรทองก็คว้าหอก เสียบเข้าใต้ท้องของชาละวันเลือดไหลแดงแม่น้ำ ชาละวันก็จบชีวิตอันชั่วร้ายของชาละวันเอง