ตำนานวัดใหญ่ชัยมงคล

สำรวย สระมณี ผู้เล่า

วัดใหญ่ชัยมงคล ตั้งอยู่ที่ ตำบลไผ่ลิง มีพระเจดีย์มองเห็นแต่ไกล วัดนี้เดิมพระเจ้าอู่ทองเป็นผู้สร้าง เมื่อ พ.ศ. 1900 ตรงที่พระราชทานเพลิงศพเจ้าแก้ว เพื่อเป็นสำนักของพระสงฆ์ที่ไปบวชเรียนมาจากสำนักพระวันรัตนมหาเถระ คณะสงฆ์ที่ไปศึกษาพระธรรมวินัยมานี้ ได้เรียกนิกายนี้ว่าคณะป่าแก้ว วัดนี้จึงได้นามว่า วัดคณะป่าแก้ว

พระสงฆ์คณะป่าแก้วปฏิบัติตามทางวิปัสสนาธุระคือ บำเพ็ญภาวนาเป็นประการสำคัญต่อคนทั้งหลายเลื่อมใสบวชเรียนที่นี่ พระสงฆ์นิกายจึงเจริญและแพร่หลาย จึงได้ตั้งอธิบดีสงฆ์นิกายนี้เป็น สมเด็จพระวันรัต มีตำแหน่งเป็นพระสงฆ์ราชฝ่ายขวา จึงได้นามว่า วัดเจ้าพระยาไทย เพราะคำเจ้าไทย แปลว่า พระสงฆ์ เจ้าพระยาไทย หมายถึง สังฆราชคู่กับสมเด็จพุทธโฆษาจารย์วัดพุทไธศวรรย์ ผู้ที่เป็นอธิบดีฝ่ายคันถธุระ คือ พระสงฆ์ที่เล่าเรียนพระไตรปิฏก เป็นสังฆราชฝ่ายซ้าย

ในพระอุโบสถวัดนี้ เคยเป็นที่ที่พระเฑียรราชา มหาจักรพรรดิไปเสี่ยงเทียนอธิษฐานแบ่งบารมีกับขุนวรวงษาธิราช ก่อนที่จะได้ราชสมบัติ

ในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหาอุปราชแห่งพม่า ได้ยกกองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2135 หมายจะปราบไทยไว้ในอำนาจ ดังนั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงทรงยกกองทัพไปต่อสู่กับข้าศึกและได้รับชัยชนะ ครั้นเมื่อเสร็จสงครามแล้ว สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพิโรธแม่ทัพกองเหล่านั้นที่ติดตามพระองค์ไปไม่ทันและจะประหารเสีย แต่สมเด็จพระวันรัต วัดป่าแก้ว ถวายพระพรขอพระราชทานอภัยโทษไว้ และทูลแนะนำให้ทรงสร้างเจดีย์ไว้เป็นที่ระลึก ที่ได้มีชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในครั้งนั้น พระองค์จึงทรงให้สร้างเจดีย์ใหญ่ที่วัดนี้ โดยขนานนามว่า เจดีย์ชัยมงคล ครั้นต่อมาจึงเรียกวัดนี้ว่า วัดใหญ่ชัยมงคล มาจนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบันพระสงฆ์และคณะชีที่วัดนี้ ได้ร่วมกันปฏิสังขรณ์ฟื้นฟูอิฐเก่า ๆ ที่หักพังทับถมนำมาเรียงขึ้นใหม่เช่นในอดีต จึงเป็นวัดที่มีความงดงามแบบโบราณ