วัดพนัญเชิง

อ่อน เขียวสวาท ผู้เล่า

วัดพนัญเชิงเป็นวัดที่มีมาแต่โบราณ ก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่จากหนังสือพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้าสายน้ำผึ้งขอพระธิดากรุงจีนมาอภิเษกด้วย ขณะที่พระนางสร้อยดอกหมากเดินทางมาถึงบริเวณหน้าวัด พระเจ้าสายน้ำผึ้งมาปลูกพลับพลารออยู่ ได้ส่งทหารไปเชิญ พระนางสร้อยดอกหมากน้อยใจที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเองจึงได้กลั้นใจตาย พระเจ้าสายน้ำผึ้งเสียพระทัยมาก จึงสร้างวัดนี้ขึ้นมาเป็นที่ระลึกแต่พระนางสร้อยดอกหมาก และพระราชทานนามว่าวัดพระนางเชิง

ในพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐกล่าวว่า แรกสถาปนาวัดได้มีการสร้างพระพุทธรูปเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ พระพุทธรูปองค์นี้ชาวจีนนับถือมากเรียกว่า ซำปอกง แปลว่า พระรัตนตรัย คนไทยทั่วไปเรียกว่า หลวงพ่อจิต หรือหลวงพ่อพนัญเชิง เป็นพระพุทธรูปปั้นปางมารวิชัย ลงรักปิดทองในสมัยอู่ทอง องค์หลวงพ่อได้รับการบูรณะซ่อมแซมตลอดมา ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและรัชกาลที่ 4 ได้ทำการซ่อมแซมใหม่ทั้งองค์แล้วถวายพระนามว่า พระพุทธไตรรัตนายก สมัยรัชกาลที่ 7 ได้เปลี่ยนพระอุณาโลมเดิมมาเป็นทองคำหนัก 47 บาท ในพงศาวดารกล่าวว่า เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าครั้งที่ 2 พระพุทธรูปองค์นี้มีน้ำพระเนตรไหลออกมาทั้ง 2 ข้าง มีผู้นับถือกันมากจนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่เจ็บป่วยจะถวายให้เป็นลูกของหลวงพ่อคุ้มครองรักษา บารมีของหลวงพ่อจะมาแผ่ปกป้องคุ้มครองรักษาให้

นอกจากนี้บริเวณด้านข้างวิหารหลวงพ่อจิต ติดกับริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก เป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมากประดิษฐานอยู่บนชั้นสองของศาลให้ทุกคลแวะเวียนไปไหว้ด้วย บริเวณด้านหน้าวิหารหลวงพ่อโต มีพระอุโบสถ ที่ภายในมีสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง คือพระพุทธรูปประดิษฐานเรียงรายกันอยู่ 3 องค์ องค์กลางเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นส่วนพระพุทธรูปองค์ที่อยู่ด้านซ้ายและด้านขวาของพระประธานคือ พระพุทธรูปทองคำและนาคสมัยสุโขทัย