สมบัติของพ่อ

นางเสงี่ยม อยู่ถาวร ผู้เล่า

กาลครั้งหนึ่ง ยังมีชายชราคนหนึ่งที่มีฐานะร่ำรวยอยู่กับลูกชาย 2 คน ชายผู้นี้เจ็บป่วยมานานแล้ว ก่อนจะสิ้นลมหายใจเขาเรียกลูกชายทั้ง 2 คนเข้ามาแล้วยกทรัพย์สมบัติอันมีค่าให้แก่ลูกทั้งสองพร้อมกับบอกคำปริศนา 3 บท แนะนำวิธีรักษาดูแลทรัพย์สินไม่ให้หมดไปโดยง่าย ข้อแรกเจ้าจงกินอาหารมื้อค่ำกับไฟดวงใหญ่ ข้อสองจงล้อมรั้วบ้านด้วยฟันของสัตว์ ข้อสามพ่อจะให้เมล็ดมะขามจำนวนหนึ่งแก่พวกเจ้า เจ้าต้องรู้จักวิธีกินจึงจะกินเมล็ดมะขามเหล่านี้ได้นานๆ ชายชราจึงแบ่งทรัพย์สมบัติให้ลูกชายคนละเท่าๆ กัน จากนั้นไม่นานนักเขาก็ตาย ลูกชายคนเล็กอยู่บ้านเดิมของพ่อ ในขณะที่พี่ชายได้ทรัพย์สมบัติแล้วก็ไปปลูกบ้านสร้างฐานะที่ในเมือง ลูกชายคนเล็กเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญาจึงสั่งคนใช้จุดตะเกียงดวงใหญ่ก่อนกินอาหารมื้อค่ำ บ้านที่อยู่ก็สร้างรั้วที่ทำด้วยงาช้างและก็คั่วเมล็ดมะขามกินทุกวัน ไม่นานนักน้ำมันที่ใช้จุดตะเกียงก็หมดไป มีโจรมาขโมยรั้วที่ทำด้วยงาช้างจนหมดสิ้น เมล็ดมะขามก็ไม่มีเหลือ ชายผู้นี้จึงออกเดินทางไปเยี่ยมเยียนพี่ชายที่อยู่ในเมือง เมื่อย่างเท้าเข้ามาเยี่ยมบ้านพี่ชายผู้เป็นน้องกลับแปลกประหลาดใจยิ่งนักที่เห็นบ้านของพี่ชายใหญ่โตกว้างขวาง น้องชายจึงถามพี่ชายว่า “ทำไมถึงรวยจัง ฉันก็ทำตามคำสั่งของพ่อแต่กลับจนลง” พี่ชายของเขาจึงอธิบายปริศนาที่พ่อบอกให้ฟัง "ข้อแรกคือ กินอาหารมื้อค่ำกับไฟดวงใหญ่ หมายความว่า ให้กินอาหารก่อนดวงอาทิตย์ตกจะได้ประหยัดน้ำมันจุดตะเกียง ข้อสองคือ ล้อมรั่วบ้านด้วยฟันของสัตว์ หมายความว่า ให้เลี้ยงสุนัขไว้ป้องกันบ้านจากโจร ข้อสามคือ ให้รู้จักวิธีกินเมล็ดมะขาม หมายถึง ถ้าเรารู้จักวิธีกินเมล็ดมะขามเราจะมีไว้กินนานๆ ระหว่างที่เดินทางมาในเมืองพี่ได้คั่วเมล็ดมะขามกินบ้างที่ เหลือพี่เก็บเอามาโยนปลูกไว้รอบๆ บ้าน ในไม่ช้ามันก็เจริญเติบโตออกเมล็ดให้พี่เก็บไปขายได้เงินมาทุกปี พี่ได้ทำตามคำสั่งของพ่อแล้ว และเป็นจริงด้วย ” พี่ชายพูดอย่างเบิกบานใจ