กรรม

น.ส. สุรางค์ ถิ่นสถาน ผู้เล่า

กาลครั้งหนึ่ง ยังมียายคนหนึ่งชื่อยายชุ่ม มีอาชีพจับปลาขาย ยายชุ่มทำอาชีพนี้ตั้งแต่อายุ 20-50 ปี จนตอนนี้ยายชุ่มก็ยังทำอาชีพนี้ ยายชุ่มมีลูกสาว 2 คน คนโตชื่อเชียร์ อายุ 18 ปี คนเล็กชื่อช้อย อายุ 15 ปี ทั้งคู่กำลังศึกษาอยู่ ยายชุ่มจึงเป็นต้องจับปลาขายวันละหลายๆ ตัว วันหนึ่งได้ประมาณ 1,000-2,000 บาท แกจึงทำอาชีพนี้ต่อไป

วันหนึ่งลูกคนเล็กมาบอกกับมารดาว่า “แม่วันนี้ช้อยอยากกินแกงปลาสวายตัวใหญ่ๆ แม่ทำให้ช้อยกินนะ เดี๋ยวช้อยกลับมาจากโรงเรียนมาจะกินแกงปลาสวายฝีมือแม่นะ” ยายชุ่มจึงพูดว่า “เดี๋ยวแม่จะทำให้สุดฝีมือเลย” วันนี้ยายชุ่มจึงจับปลาสวายตัวใหญ่มาจากบ่อหลังบ้านประมาณ 3-5 ตัว แล้วแกก็ลงมือทุบหัวปลาทุกตัวและควักไส้ออกมา จากนั้นจึงนำไปทำแกง

จนกระทั่งเวลา 17.00 น. ลูกสาวทั้งสองคนกลับมาและกินแกงปลาสวายตัวใหญ่ เชียร์ถึงกับพูดว่า “แม่จ๋าอร่อยจังเลย” แล้วก็กินต่อไป เวลาผ่านไปจนกระทั่งวันหนึ่งยายชุ่มเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง บุตรสาวทั้งสองคนจึงมาดูอาการเห็นมารดานอนทุรนทุรายอย่างทรมาน ยายชุ่มร้องออกมาว่า “โอ๊ย ๆ ปวดหัวเหมือนใครมาทุบหัว และปวดท้องเหมือนใครมาควักไส้เลย” แกร้องอย่างทรมาน เชียร์จึงพูดว่า “พาแม่ไปโรงพยาบาลเถอะ” ยายชุ่มพูดได้เท่านั้นก็สิ้นลม ทำให้บุตรสาวทั้สองเสียใจยิ่งนัก

หลังจากงานศพของยายชุ่มเสร็จสิ้นแล้ว เชียร์และช้อย จึงนำเงินของมารดาไปใช้อย่างประหยัด วันหนึ่งช้อยฝันว่าแม่มาหาและบอกว่า “ ดูซิ แม่มีหัวเป็นปลา มีตัวเป็นคน แม่กำลังจะไปเกิดเป็นปลา แม่ต้องไปชดใช้กรรมแล้ว ”ช้อยตื่นขึ้นมาอย่างแปลกใจ ปลุกเชียร์ขึ้นมาและเล่าความฝันให้เชียร์ฟัง และทั้ง 2 คนก็คิดว่าแม่ต้องไปชดใช้กรรมแล้ว"

วันหนึ่งช้อยอยากกินปลาดุกย่างจึงไปจับปลามา และจะไปให้พี่สาวทำเชียร์จึงพูดว่า "บางทีตัวปลาตัวนั้น อาจเป็นปลาแม่เราก็ได้ ช้อยเอาปลาปล่อยไปเถอะ” พี่สาวพูดจบช้อยคิดได้จึงนำปลาไปปล่อย หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่จับปลากินอีกเลย