ที่มาของชื่อตำบลและอำเภออุทัย

สุนทร เจริญนาน ผู้เล่า

พม่าได้ยกทัพมาจากเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีพระเจ้าตะเบงชะเวตี้เป็นแม่ทัพ พม่าได้ยกทัพไปตีค่ายบางระจัน ซึ่งมีนายจันทร์หนวดเขี้ยวเป็นแม่ทัพ การศึกครั้งนี้พม่ามีชัยชนะ พม่าสามารถตีค่ายบางระจันได้สำเร็จ ศึกษาครั้งนี้ทำให้เกิดตำนานบางระจันขึ้นมา เมื่อพม่าตีค่ายบางระจันได้สำเร็จ พม่าจึงยกทัพไปตีกรุงศรีอยุธยา พระยาตากซึ่งยกทัพมาช่วยกรุงศรีอยุธยา เห็นว่าพม่าจะตีกรุงศรีอยุธยาได้ จึงได้รวบรวมผู้คนตีฝ่าวงล้อมของพม่าออกมา โดยเดินตัดทุ่งหันตรามุ่งหน้าไปจังหวัดจันทบุรีพม่าจึงแบ่งทหารออกไล่ติดตามพวกพระยาตากฝ่ายพระยาตากที่พาทหารกลุ่มหนึ่งเดินทางมาตามทุ่งนา ผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งปลูกต้นกอไผ่ในหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านทราบข่าวว่าทัพพระยาตากเดินทางผ่านหมู่บ้านของตนเอง ก็รวบรวมชาวบ้านมาช่วยกันเหลาไม่ไผ่ทำธนูเป็นอาวุธให้กับทัพพระยาตากไว้ต่อสู้กับพม่า และอีกหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ตรงกันข้ามมีข้าวและกล้วยปลูกกันเป็นจำนวนมาก จึงนำข้าวและกล้วยมาทอดทำเป็นกับข้าวเม่า ทำเป็นเสบียงให้กับทัพของพระยาตาก ได้รับชื่อว่า ตำบลข่าวเม่า ทัพของพระยาตากเดินทางมาตามคลองแห่งหนึ่งโดยมีพม่าส่วนหนึ่งตามมาอย่างกระชั้นชิด จนพม่าสามารถตามทัพของพระยาตากได้ทัน พระยาตากเห็นว่าจวนตัวนำทัพหนีไม่ทัน จึงเข้าต่อสู้กับกองทัพพม่า ทั้งสองฝ่ายเข้าต่อสู้ พม่าเสียทีให้กับทัพของพระยาตากได้เดินทางต่อมาสว่างบริเวณที่หนึ่ง ต่อมาบริเวณที่ที่ทัพของพระยาตากเดินทางมาสว่างได้รับชื่อว่าอำเภออุทัย (อุทัยหมายถึงพระอาทิตย์ขึ้น) อำเภออุทัยคืออำเภอหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและทัพของพระยาตากที่ได้เดินทางต่อไปจนถึงจังหวัดจันทบุรีและทัพของพระยาตากก็ได้ตั้งทัพอยู่ที่นั่น เพื่อรวบรวมผู้คนสมัครพรรคพวก เพื่อจะกลับมากอบกู้กรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 จากพม่าคืน