กระต่ายสามขา

บุญลือ ประยูร ผู้เล่า

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กหนุ่มชื่อม่วง เป็นลูกศิษย์วัดพุทไธศวรรย์เป็นคนที่มีความอดทนและมั่นคง เจรจาสิ่งใดแล้วไม่ยอมเปลี่ยนคำพูดง่ายๆ เจ้าม่วงได้ฝากตัวกับอาจารย์คงเพื่อจะศึกษาวิชาอาคม อาจารย์คงจึงให้เจ้าม่วงเรียนหนังสือขอมเสียก่อน เพราะคาถาอาคมเป็นตัวหนังสือขอมทั้งนั้น เจ้าม่วงตั้งใจเรียนเป็นอย่างดีจนกระทั่งคล่องทุกตัวอักษร และแล้ววันหนึ่งมีคนนำกระต่ายมาถวายอาจารย์คง อาจารย์คงจึงให้เจ้าม่วงเอากระต่ายไปย่างเก็บไว้เป็นอาหารเพล เจ้าม่วงได้เอากระต่ายไปย่าง เมื่อเจ้าม่วงทนน้ำลายไหลไม่ไหวจึงกินกระต่ายไปขาหนึ่งแล้วจึงเอาไปเก็บ พอถึงเวลาเพล เจ้าม่วงก็เอากระต่ายย่างไปถวาย พออาจารย์เห็นจึงถามนายม่วงว่าทำไมกระต่ายมีสามขานายม่วงก็บอกว่า ไม่ทราบขอรับผม ผมเห็นมันมีสามขาแค่นี้เอง เมื่ออาจารย์ถามเท่าไร นายม่วงก็บอกว่ามีสามขาทุกครั้ง อาจารย์จึงหยิบไม้มาตีนายม่วง เมื่อเห็นว่าไม่ยอมรับแน่ ๆ จึงหยุดและนั่งลงฉันอาหาร อาจารย์ได้ถามนายม่วงว่าอยากหายตัวได้หรือเปล่า นายม่วงก็ตอบว่า อยากขอรับ พระอาจารย์ได้ให้กานพลูไว้บนหู เมื่อนายม่วงได้ลองเหน็บไว้บนหู ทุกคนมองไม่เห็นตัวของนายม่วง นายม่วงจึงเขาไปในพระราชฐานขณะที่พระเจ้าแผ่นดินกำลังเสวยอยู่ นายม่วงก็เข้าไปกินอาหารบนโต๊ะ เมื่อพระเจ้าแผ่นดินจับได้จึงสั่งให้เพชฌฆาตประหารเมื่ออาจารย์รู้ข่าว จึงเข้าไปในพระราชฐานเพื่อช่วยนายม่วง ก่อนที่จะช่วยอาจารย์ก็ได้ถามนายม่วงว่า กระต่ายมีกี่ขา นายม่วงก็ตอบว่า กระต่ายมีสามขา อาจารย์คิดว่าคงไม่บอกแน่ ๆ จึงช่วยออกมา และอาจารย์กับนายม่วงได้หนีไปอยู่วัดแห่งอื่น นายม่วงจึงนึกอยากกลับมากรุงศรีอยุธยา นายม่วงก็ให้อาจารย์เสกตัวของนายม่วงให้กลายเป็นพระพุทธรูปลอยน้ำได้ พระพุทธรูปได้ลอยไปหน้าพระราชฐานเมื่อพระเจ้าแผ่นดินรู้ว่าไม่ใช่พระพุทธรูปจริง จึงให้ลุงคนหนึ่งทำให้พระพุทธรูปกลายเป็นคนและได้จับนายม่วงใส่เข้าไปในท่อนซุง และให้ลอยกลับวัดที่พระอาจารย์อยู่ เมื่ออาจารย์ออกมาเห็นจึงรู้ว่าเป็นนายม่วง แต่ก่อนที่จะช่วยก็ถามนายม่วงดูอีกครั้งว่ากระต่ายมีกี่ขา นายม่วงตอบว่ามีสามขา การที่นายม่วงยืนยันว่ากระต่ายมีสามขา ก็ได้นำมาใช้เรียกคนที่ไม่ยอมรับผิดหรือไม่ยอมเปลี่ยนความคิดว่า ยืนกระต่ายขาเดียว