แม่กับลูก

นางรจนา ทับทิม ผู้เล่า

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่งมีกันอยู่ 3 คนแม่ลูก ซึ่งเป็นลูกชายชื่อมาซึ่งพ่อแม่ก็แก่แล้วจึงอยากให้ลูกบวชให้ซึ่งลูกชายก็ยอมบวชให้พ่อกับแม่จึงไปซื้อของและเครื่องไตรเพื่อเตรียมงานบวชของลูกชาย แล้วลูกชายไปเที่ยวเกิดไปเจอหญิงสาวแล้วเกิดถูกใจรักใคร่กลับมาบอกแม่ แม่ไปขอผู้หญิงให้ผมที แม่จึงบอกว่า อ้าว ! แม่ซื้อข้าวของแล้วจะทำยังไง ลูกจึงบอกกับแม่ว่า แม่ก็เอามาจัดงานแต่งให้ผมก็แล้วกัน แม่รักลูกจึงตามใจและไปขอผู้หญิงให้ เมื่อแต่งงานแล้วจึงแยกไปอยู่บ้านเมียซึ่งไกลจากพ่อและแม่และไม่เคยมาเยี่ยมพ่อแม่เลย หลายปีผ่านไปพ่อได้ล้มป่วยลงแม่ไม่มีเงินไปรักษาจึงไปหาลูกชาย พอไปหาลูกชายจึงถามแม่ว่า มาทำไมผมไม่มีเวลาไปหาแม่เลย แม่จึงบอกว่าพ่อไม่สบายมากแม่จะขอยืมเงินซัก 500 บาท ลูกชายจึงบอกได้สิแม่แต่ต้องทำหนังสือสัญญานะ ถ้าแม่ไม่มีให้จะต้องถูกยึดบ้านและที่ดิน แม่จึงตกลงโดยใช้เวลา 1 ปีจะต้องมาใช้หนี้ให้หมด แม่จึงถามต้องทำหนังสือเชียวหรือลูก ลูกชายจึงตอบว่าต้องทำสิแม่เพราะเมียผมมันเค็มเนี้ยเป็นแม่นะผมถึงไม่คิดดอก แม่จึงต้องตกลง และนึกในใจว่า โธ่ เนี่ยหรอกหรือลูก เมื่อได้เงินแล้วจึงกลับบ้านเอาเงินมารักษาสามี ต่อมาสามีตายเงินก็ไม่มีไปคืนลูกชาย เมื่อครบกำหนด 1 ปี ลูกชายจึงมาทวงหนี้ แม่จึงบอกว่าไม่มี ลูกชายโมโหไปแจ้งนายอำเภอ นายอำเภอจึงมาเชิญตัวไปและถามเรื่องราว แม่จึงเล่าให้นายอำเภอฟัง เมื่อนายอำเภอได้ฟังเรื่องราวจึงเอ่ยว่า เอาอย่างนี้แล้วกัน ข้าจะจ่ายเงิน 500 บาท นี้แทน แม่เจ้าไปก่อน โดยมีข้อแม้ว่าเจ้าจะต้องเอาย่ามสะพายคอไว้ 1 เดือน โดยห้ามเอาย่ามออกจากคอที่แขวนโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะนอน นั่ง ยืน หรือไปก็แล้วแต่และหยิบทรายใส่ไว้วันละ 2 กำมือ ลูกชายจึงตกลงและกลับไปทำตามที่นายอำเภอสั่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้ 15 วัน นายมาได้ย้อนกลับไปหานายอำเภออีกครั้งและขอยกเลิกสัญญาโดยบอกว่าจะไม่ขอเอาเงิน 500 บาท จากแม่อีกแล้ว นายอำเภอจึงถามว่าทำไมล่ะ ลูกชายจึงบอกว่าไม่ไหว เพราะยิ่งหลายวันก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ นายอำเภอจึงบอกว่านี่แค่เวลาเท่านี้ เจ้ายังทนไม่ไหว แล้วแม่เจ้าล่ะอุ้มท้องเจ้ามาตั้ง 9 เดือน อดเปรี้ยวอดหวานทรมาน เมื่อยามท้องแก่แม่เจ้ายังยอมทำได้ เมื่อเล็กยันโตเลี้ยงดูเจ้ามาตลอดแม่ไม่เคยขออะไรเป็นสิ่งตอบแทน ครั้นเจ้าเติบใหญ่มีเมียแต่เจ้ากลับลืมแม่ เจ้ามาเอ๋ยเจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือ ลูกชายได้ฟังนายอำเภอพูดจึงนั่งร้องไห้ และกราบขอโทษแม่ที่ลูกทำมานั้นลูกผิดไปแล้ว ลูกสำนึกแม่ก็กอดลูกและบอกว่า ลูกเอ๋ยแม่ไม่เคยโกรธลูกหรอกและลูกชายจึงได้รับแม่ซึ่งแก่ชราไปอยู่ด้วยอย่างมีความสุข

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เราควรบวชให้แม่ไม่ใช่ไปแต่งงาน