สมชาย

นายปรีชา เริงอนันต์ ผู้เล่า

ตรงโค้งทางวัดเป็นที่ตั้งของครอบครัวหนึ่ง ผมเองจำได้แม่นเพราะเป็นครอบครัวของลุงทับ ซึ่งเป็นครอบครัวที่ผมนับถือและคุ้นเคยกันดี ลุงทับมีภรรยาชื่อ ป้าสังเวียน ลุงทับมีลูกสาว 6 คนและมีลูกชาย 4 คน คนชื่อสมชายเป็นลูกคนสุดท้อง ซึ่งสมชายก็เป็นศิษย์โปรดของผมคนหนึ่ง ผมเองเคยฝึกให้สมชายชกมวย สมชายมีร่างกายแข็งแรงบึกบึน แต่สมองไม่ค่อยดีเรียนไม่ค่อยเก่ง ผมเคยพาสมชายชกมวยตามเวทีงานวัดและสนามมวยตามชานเมือง สมชายต่อยสนุกเร้าใจคนดู มีทั้งแพ้บ้างชนะบ้าง สมชายเวลาชกมวยผมเคยสอนเขาว่าอย่าโหดนักเพราะถ้าสมชายเป็นต่อละก็เขาจะยำคู่ต่อสู้เละเลยหรือน็อคลูกเดียวซึ่งนั่นมันก็เป็นกีฬาซึ่งก็ไม่แปลกอะไร

วันหนึ่งหลังจากโรงเรียนเลิกแล้ว ผมไปเยี่ยมครอบครัวของลุงทับที่เป็นกรรมการศึกษาและชอบพอนับถือกันดี สมชายเจอผม สมชายตะโกนบอกพ่อว่าครูมา พอผมไปถึงบ้านลุงทับ ทุกคนก็ออกมาดูและตะโกนเชื้อเชิญผมเชิญขึ้นบ้านและหาน้ำมาให้ดื่ม สมชายเข้าครับไปหยิบมีดบางและเกลือใส่ถ้วยแล้วเดินออกไปสักครู่หนึ่งก็ขึ้นบ้านมาพร้อมกับห่านตัวใหญ่ที่ไร้วิญญาณเข้าครัวกับพี่สาว เตรียมแกงห่านให้ผมกับพ่อของสมชายกินแกล้มเหล้า

ผมไม่นึกเหมือนกันว่าวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวของผมรวมกับนิสัยโหดกล้าได้กล้าเสียของสมชายจะทำให้เขากลายเป็นนักเลง พออายุเริ่มเข้าวัยรุ่นเขามักมีเรื่องชกต่อยกันเสมอ จนในที่สุดเขาก็ได้ตีหัวนักเลงต่างถิ่นคนหนึ่งที่มาลวนลามพี่สาวของเขาจนหัวแตก พ่อกับแม่สมชายไม่เคยห้ามปรามและมักจะพูดชมเชยสนับสนุนสมชายให้ผมฟังเสมอ

ผมได้ข่าวของสมชายหลายครั้งเกี่ยวกับการมีเรื่องมีราวของเขาและลงท้าย บางครั้งก็เสียเงินหนีหัวซุกหัวซุนมา หลังจากนั้นชื่อเสียงของสมชายเริ่มดังขึ้นในด้านนักเลงหัวไม้ ลักขโมย การพนัน จนในที่สุดสมชายก็อยู่ในบัญชีของนักเลงในย่านนี้อย่างสมบูรณ์แบบ มีลูกน้องเดินตามมีการทำงานแบบแผนมีนักการเมืองท้องถิ่นสนับสนุน

หลังจากนั้นผมย้ายโรงเรียนไปอยู่คนละจังหวัดกับครอบครัวของลุงทับและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย วันหนึ่งขณะที่ผมอ่านหนังสือพิมพ์ ผมต้องตกใจกับข่าวที่พาดหัวข่าว “ ไอ้สมชายเสือร้ายปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์ ”