ไอ้ริน

นายปรีชา เริงอนันต์ ผู้เล่า

“ขโมย ขโมย” เสียงหญิงวัยกลางคนตะโกนขึ้นปลุกบรรดาญาติที่นอนเฝ้าศพในศาลาการเปรียญในวัดไทรโสภณลุกขึ้น บรรดาชายฉกรรจ์หลายคนได้เตรียมอาวุธและลุกขึ้นกรูกันจับขโมย “โอ๊ย โอ๊ย” เสียงขโมยร้องเพราะโดนซ้อมเข้าหลายที “พอแล้ว พอแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ” หญิงชราคนหนึ่งตะโกนบอก "ไอ้รินเอง” ปล่อยมันไป มีชายคนหนึ่งจำได้เพราะไอ้รินมันก็คือเพื่อนบ้านของพวกเรา เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ไอ้รินก็มีชีวิตปกติสุขธรรมดาเหมือนทุกคน แต่ทำไมมันจนตรอกจึงต้องมาขโมยอาหารในงานศพซึ่งเขาจะเลี้ยงพระในวันรุ่งขึ้น

ไอ้รินได้แต่งงานอยู่กินกับนางดำทั้งสองรักกันมาก ไอ้รินเป็นคนขยันทำมาหากินจนกระทั่งมีฐานะพอกินพอใช้ และแล้วเขาก็พลิกผันชีวิตไปขับรถสิบล้อ คนขับรถสิบล้อถ้าวิ่งได้หลายเที่ยวก็ได้เงินมาก เขาทำงานทั้งกลางวันกลางคืนไม่ได้พักผ่อนจนร่างกายอ่อนเพลีย สู้งานไม่ไหวด้วยความหวังดีของเพื่อนคนหนึ่งได้แนะนำให้กินยาบ้า ไอ้รินได้ทำตามคำแนะนำของเพื่อน ในที่สุดไอ้รินก็ติดยาบ้าจนงอมแงมและในที่สุดก็ไม่สามารถเลิกได้ สมองของไอ้รินได้ทำให้ไอ้รินเห็นภาพหลอนต่าง ๆ นานาพฤติกรรมของไอ้รินก็เพี้ยนไปด้วย จนในที่สุดนางดำก็เลิกรากันไป ไอ้รินโศกเศร้าเสียใจมาก ยิ่งหมกมุ่นกับยาบ้ามากขึ้น และในที่สุดก็ไม่สามารถทำงานประกอบอาชีพได้

ประกอบกับนางดำภรรยาของไอ้รินก็หนีไปกับผู้ชายคนใหม่ลูกเต้าก็ไม่เข้าหา อาการทางประสาทกำเริบขึ้นโดยขาดการรักษาดูแลในปัจจุบันมันต้องอาศัยนอนตามศาลาวัด กินตามวัด และมันจะขโมยของทุกอย่างเพื่อเอาไปขายเพื่อนำเงินไปซื้อยาบ้าเพื่อความอยู่รอด

งานทุกงานที่จัดภายในวัดจะต้องถูกไอ้รินรบกวนทุกงานโดยเฉพาะงานศพคนเงียบ ๆ เพราะคนไม่กล้าลุกมาดู นึกว่าผี จึงทำให้เข้าทางไอ้ริน ได้ลักเนื้อ หมู ไก่ ฯลฯ แม้กระทั่งน้ำปลา แต่งานนี้โชคไม่เข้าข้างมันเพราะเจ้าภาพลุกมาดูมันขณะมันโจรกรรมและถูกจับได้ โดนซ้อมเกือบตาย