การดำรงชีวิตของชาวมุสลิมในตำบลลุมพลีในสมัยก่อน

นางอามีนะ พลีบัตร ผู้เล่า

เมื่อก่อนนั้นบริเวณที่ผู้เล่าอาศัยอยู่นี้ (หมู่ 1 ต.ลุมพลี) เป็นป่าทั้งหมดแทบจะไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่เลย จะมีอยู่บ้างก็เล็กน้อย บ้านแต่ละหลังก็จะอยู่ห่างไกลกันมาก ต่อมาก็ได้มีผู้คนย้ายมาจากที่อื่นเมื่อมาอยู่อาศัยในบริเวณนี้ ก็จะช่วยกันถากถางป่า แล้วก็ปลูกบ้านดำรงชีวิตอยู่กันแบเรียบง่ายแต่ก็มีความเป็นอยู่ที่ลำบากมาก เงินทองก็หายาก ดังนั้นลูก ๆ จึงได้เงินเพียง 25 สตางค์ หรือน้อยกว่านี้ก็มี บางคนไม่ได้เงินก็ร้องแล้วร้องอีกจนพ่อแม่ทนไม่ไหวต้องยอมให้เงินไป แล้วไล่ไปโรงเรียนเวลาไปโรงเรียนก็จะนุ่งผ้าโจงกระเบนสีน้ำเงิน ใส่เสื้อขาว สมุดก็ไม่มีต้องใช้กระดานชนวน แล้วใช้ดินสอพอง หรือชอล์กเป็นดินสอ ใช้เปลือกส้มโอลบแทนการใช้ยางลบ พอกลับจากโรงเรียนก็ต้องช่วยพ่อแม่ทำงานซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานพวกรดน้ำต้นไม้ รดน้ำสวนผัก เอาหญ้าให้วัวหรือควายกินอาบน้ำให้พวกมัน ขุดเผือกขุดมันมาทำอาหารกันกิน ตำน้ำพริก เก็บผักที่ปลุกไว้มาเป็นกับข้าวในตอนเย็น ในบริเวณหน้าบ้านไกลออกไปพอสมควรมีคลอง และฝั่งตรงข้ามจะเป็นวัด มีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่งมีผู้หญิงที่ตั้งท้องอยู่ชื่อว่า ชั้น ไปผูกคอตาย ผู้เล่าเคยโดนผีคนนี้หลอกจนต้องไปอาบน้ำกับพี่ชาย พอตกตอนเย็นทุกบ้านก็จะปิดบ้านกัน ไม่ให้ลูกหลานลงมาเล่นข้างล่าง โดยหลอกว่าจะโดนผีหลอก จะถูกผีลักซ่อนบ้าง ตอนกลางคืนพ่อแม่ลูกอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาก็จะสอนลูกเรียนภาษาอาหรับให้หัดอ่าน บางทีก็ไปฝากไว้กับครูให้ช่วยสอน พ่อแม่จะลงโทษลูกเวลาทำผิดโดยใช้วิธีที่รุนแรง เช่น เฆี่ยนตีด้วยหวาย ถ้าด่าก็เอาพริกไปเผาไฟแล้วกดหน้าลงไปให้ลูกสำลักเพื่อจะได้ไม่ด่าอีก จึงทำให้เข็ดและก็กลัวจนในที่สุดก็ไม่ทำเช่นนี้อีก ทำให้คนในสมัยก่อนเป็นคนที่กล้าทำกล้ารับผิดชอบแล้วก็ยอมรับผิด จึงได้สั่งสอนลูกหลานให้ซื่อสัตย์สุจริตไม่คดโกง และให้เชื่อมั่นในพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) เพียงองค์เดียว