ความเป็นอยู่ของคนในสมัยก่อนของตำบลลุมพลี

ฮัจยีตอเล็บ โต๊ะมี ผู้เล่า

ในสมัยก่อนของตำบลลุมพลีนั้นสมัยก่อนนั้นฝ่ายชายจะมีหน้าที่ทำงานนอกบ้าน ส่วนหญิงจะทำงานอยู่บ้าน ฝ่ายชายจะทำนาตื่นตอนเช้าจะมาไถนา หว่านนา ปลูกข้าว ปลูกผักส่วนฝ่ายหญิงก็จะทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ จะยึดหลักคือ ทอผ้านุ่ง ผ้าโสร่งชาย คนในตำบลลุมพลีนั้นจะแต่งกายกันเรียบง่ายชายจะนุ่งโสร่ง ส่วนหญิงจะนุ่งจูงกระเบนแล้วเสื้อ ฝ่ายชายจะทำนาไถนาทุกวันเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวทั้งหญิงและชายจะมาช่วยกันเก็บเกี่ยวข้าว ส่วนเด็กก็จะมากลางนาจะมาเล่นและมาเก็บข้าวตกใส่กระบุง ในสมัยก่อนจะใช้ควายไถนาเป็นเครื่องช่วยในการเก็บเกี่ยวจะให้ควายลากข้าวที่เก็บมาไว้ในบ้านมากองไว้ที่ลานให้ควายนวดข้าว ต่อมาก็จะใช้คันฉายไม้สาดข้าวหรือตีข้าวหลั่งจากนั่นเข้าไปไว้ในยุ้งเก็บเอาไว้เวลาจะเอามาเป็นข้าวสารก็ใช้วิธีตำเอาแกลบออกจากข้าวสาร แล้วค่อยเก็บมารับประทานกัน คนในสมัยนั้นโดยเฉพาะในตำบลลุมพลีนี้จะให้ความสำคัญกับศาสนามาก โดยจะมีงานสรรเสริญการทำบุญในวันสำคัญ ซึ่งคนในตำบลนี่จะทำบุญกันเกือบทุกครัวเรือนก็ว่าได้ใครมีน้อยก็ทำน้อยใครมีมากก็ทำมาก ในสมัยก่อนของตำบลลุมพลีนั้นจะมีสุสานประจำตำบล ซึ่งอยู่ตรงหน้าศาลาทางเข้ามัสยิดนูรุ้ลยะมาล ซึ่งคนในสมัยก่อนถ้าจะเดินผ่านตอนกลางคืนก็จะวิ่งกันเพราะเปลี่ยว และคนอาจกลัวผีด้วย แต่ตอนนี้ที่ตรงนั้นก็กลับกลายมาเป็นที่ตั้งอนามัยตำบล สุสานกลับมาตั้งอยู่หลังมัสยิดนูรู้ลยะมาล ถ้าผู้ใดมรณภาพ (ตาย) ก็จะฝังที่นี่โดยเฉพาะคนมุสลิมเท่านั้น แต่ไม่ว่าผู้ที่มรณภาพ (ตาย) จะอยู่ที่ไหนก็จะมาฝังที่ตำบลนี้ทั้งนั้น ในตำบลลุมพลีนี้จะมีมุสลิมหรือแขกมากกว่าคนพุทธหรือว่าจะเป็นตำบลหนึ่งที่มีคนแขกมากก็ว่าได้จะเห็นได้ว่าคนตำบลนี้อยู่ และเป็นไปได้ด้วยความเรียบง่าย