สงครามจากการบอกเล่า

นางทองห่อ กะโห้ทอง ผู้เล่า

ในสมัยก่อนประมาณ 40 ปีกว่ามาแล้ว ได้มีสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น และในสงครามนั้นชาวญี่ปุ่น ได้ตั้งค่ายอยู่ที่ประเทศไทยอยู่ที่ดอนเมือง และอังกฤษกับญี่ปุ่นก็มาสู้รบกันในประเทศไทยทั้งสองประเทศสู้รบกันประมาณ 1 ปีเศษ มีการทิ้งระเบิดกัน พวกอังกฤษมีเครื่องบินรบมากกว่าร้อยลำ ที่ส่งมาโจมตีญี่ปุ่น อังกฤษจะโจมตีญี่ปุ่นทั้งตอนเช้า เย็น กลางคืน หรือเกือบทุกเวลาชาวไทยที่อยู่แทบดอนเมืองต่างนอนไม่หลับ พอจะหลับก็มีเสียงหวอเตือนต้องรีบหลบกันชุลมุนบ้างก็หลบภัยที่ขุดขึ้นเองเพราะปลอดภัยกว่า และชาวอังกฤษจะไม่ทำร้ายคนไทย ในบ้างครั้งอังกฤษจะส่งใบปลิว มีข้อความเขียนว่า “ชาวไทยจงหลีกให้ไกลญี่ปุ่นเพราะอาจถูกลูกหลงแต่ชาวญี่ปุ่นมักพูดว่า พวกเราจะไม่ยอมให้อังกฤษทำอะไรไทยอย่างแน่นอน” พอชาวไทยได้ยินก็ใจชื้นขึ้นมาบ้าง และชาวไทยก็มาช่วยทำงานให้ญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นมักส่งเครื่องบินรบไปโจมตีชาวอังกฤษไปครั้งหนึ่งประมาณ 50 ลำ พอกลับมาเหลือเพียงแค่ 1-2 ลำเท่านั้น ดังนั้นชาวญี่ปุ่นจึงมักจ้างให้ชาวไทยรื้อเครื่องบินที่พัง มีชายคนหนึ่งไปช่วยรื้อเครื่องบินและนำเศษเครื่องบินที่เป็นอลูมิเนียมมาทำหมีให้เด็กหญิงซึ่งเป็นลูกของเขา เด็กหญิงคนนี้ เมื่อตอนที่อังกฤษทิ้งระเบิดเธอกำลังอยู่ในทุ่งนาเธอได้รีบอุ้มน้องชายวิ่งหลบระเบิด ซึ่งมีระเบิดลงมา 2 ลูก แล้วทำให้ท้องนาที่มีข้าวกำลังสุกกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ 2 หลุม ในบางครั้งที่เธอเห็นสะเก็ดระเบิดที่หล่นมาเป็นเหมือนเม็ดฝนมีอยู่ครั้งหนึ่ง เธอได้พาน้องและพ่อแม่ไปหลบภัยในโบสถ์ของวัดดอนเมืองซึ่งมีทหารไทยประจำการอยู่ ชาวอังกฤษจึงไม่ทิ้งระเบิดที่นั่น ในตอนนั้นชาวญี่ปุ่นมีเรือไม้ได้ 2. ลำ อังกฤษจึงส่งลูกระเบิดลงมาที่อู่ทำให้ไม้ที่ใช้ต่อเรือลอยไปในน้ำจำนวนมากและเด็กหญิงคนนั้นกับแม่ของเธอได้ช่วยกันพายเรือไปเก็บไม้ที่ลอยมาไปสร้างบ้าน เธอและครอบครัวของเธอมีอาชีพพายเรือรับจ้างครั้งหนึ่งเธอผ่านเธอผ่านไปหน้าร้านของเจ๊กตัดผม เจ๊กคนนั้นได้อาศัยเรือเธอหลบภัยด้วยเรือของเธอและครอบครัวเธอเป็นอิสลามเมื่อมีการทิ้งระเบิดพ่อของเธอได้ขอพรเพื่อขอให้ปลอดภัย โดยยกมือขึ้นทำเหมือนพนมมือแต่แบมือทั้งสองข้างขอพรจากพระเจ้าเสร็จจะลูบหน้าเจ๊กที่มาด้วยไม่รู้ว่าพ่อเธอทำอะไร จึงพูดว่า “ลื้อทำอะไรอั๊วทำล่วยตลอด” และไม่นานสงครามก็ยุติ ซึ่งผู้นำของญี่ปุ่นได้ประกาศยอมแพ้แต่มีทหารญี่ปุ่นจำนวนมากไม่ยอมจึงพร้อมใจกันฆ่าตัวตาย และศพของทหารได้ลอยตามน้ำไปหลายร้อยศพทางการไทยจึงส่งเรือขนาดใหญ่ไปเก็บศพทหารญี่ปุ่นเหล่านั้น ในที่สุดประเทศไทยก็ไม่มีสงครามมาจนถึงปัจจุบันนี้