ปัญญากับความรู้

นายสุวรรณ ทับทิมเจือ ผู้เล่า

ชายป่ามีฤษีบำเพ็ญพรตอยู่ 2 ตน ฤษี 2 ตนต้องทำหน้าที่คอยเฝ้าอาศรมเป็นประจำ ถ้าฤษีตนหนึ่งไปไหน อีกตนหนึ่งต้องเฝ้าไม่ให้ใครขโมยของ วันหนึ่งฤษีตนหนึ่งต้องตักน้ำ อีกตนหนึ่งก็ต้องเฝ้า ฤษีที่ตักน้ำก็เดินไปไกลถึงสระจะเอาถังตักน้ำ ทันใดก็เหลือบเห็นแพะตัวหนึ่งอยู่ในสระน้ำและคิดว่าแพะตกน้ำ ฤษีจึงนึกขึ้นได้ จึงใช้เชือกคล้องแล้วหาเชือกทำบ่วง และคล้องติดหัวแพะ ฤษีจึงรั้งเอาแพะขึ้นมา พอไปแพะก็พ้นจากน้ำ ฤษีหมดกำลังเลยลงไปอยู่ในสระน้ำกับแพะ

เป็นเวลานานฤษีอีกตนก็คอยเห็นว่าช้า จึงปิดประตูแล้วเดินไปที่สระน้ำ ไม่เห็นฤษีไปอยู่ที่ไหน ก็มองเห็นไปอยู่กับแพะ ฤษีจึงถามว่า ท่านลงไปทำอะไรกับแพะ ฤษีตนนั้นก็ตอบว่าเพราะช่วยแพะจึงตกลงมาในน้ำ และฤษีอีกตนจึงตอบว่าเพราะไม่ได้ใช้ปัญญาเพียงแต่ใช้ความรู้สึกจึงทำให้ตกลงไป เพราะการที่เราจะช่วยนั้นจะต้องคิดให้ดีเสียก่อนว่าจะทำอย่างไร ซึ่งฤษีตนหลังนั้นใช้ตนไม้เข้าช่วยจึงดึงขึ้นมาได้โดยไม่ตกลงไปในน้ำเหมือนตนแรก

เรื่องเล่าเรื่องนี้ ชี้ให้เห็นว่าปัญญานั้นต่างกับความรู้