ปากคนยาวกว่าปากกา

นางสุจิตรา ทรัพย์มี ผู้เล่า

ในโบราณกาล มีพราหมณ์ผู้หนึ่งเป็นผู้เรืองพระเวทย์ วันหนึ่งขณะที่พราหมณ์ผู้นั้นกำลังร่ายพระเวทย์อยู่ รู้สึกคันในคอจึงไอและบ้วนปากออกมา เมื่อบ้วนออกมาแล้วพิจารณาเห็นว่าสิ่งที่ติดออกมากับเสมหะนั้น เป็นเศษขนสัตว์เล็กชิ้นหนึ่ง มีลักษณะคล้ายขนนกพราหมณ์ผู้นั้นมีความสงสัย จึงเรียกภรรยามาถามว่า “นี่เธอ วันนี้อาหารที่เธอทำมาให้ฉันมีพวก นก ไก่ เป็ด บ้างหรือเปล่า” ภรรยาพราหมณ์ตอบว่า “เปล่าเลย ทำไมหรือท่านสงสัยอะไรหรือ” พราหมณ์ผู้เป็นสามีจึงเล่าเรื่องราวให้ฟังพร้อมกับกำชับภรรยาว่า "เธออย่าเที่ยวไปพูดหรือเล่าให้ใครๆ ฟังเป็นอันขาดเลยเชียวนะ” ฝ่ายภรรยาก็รับปากรับคำกับสามีเป็นอย่างดี

ครั้นพอตกเย็นภรรยามีธุระออกไปนอกบ้าน ไปพบกับเพื่อนบ้านเข้า เมื่อถามธุระซึ่งกันและกันเสร็จแล้ว ภรรยาพราหมณ์จึงเล่าให้เพื่อนฟังว่า “นี่เธอ ฉันจะเล่าอะไรให้ฟัง แล้วเธออย่าไปเล่าให้ใครฟังนะ” เพื่อนผู้นั้นก็รับปากรับคำ ภรรยาพราหมณ์เล่าว่า สามีฉันเขากำลังสวดมนต์อยู่มีนกบินออกจากปากไปหนึ่งตัว ฝ่ายเพื่อนบ้านผู้นั้นไปเจอกับเพื่อนอีกก็เล่าต่อไปอีก "นี่เธอพราหมณ์ข้างบ้านฉันแกกำลังสวดมนต์อยู่มีนกบินออกจากปากแกไปสองตัว" จากปากต่อปากเพิ่มขึ้น ๆ จนกลายเป็นนกบินออกจากปากพราหมณ์ผู้นั้นเป็นฝูง ๆ เลย ทั้งที่ความจริงเป็นเพียงเศษขนนกชนิดเดียวเท่านั้น