ละครชาตรีในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ประวัติและผลงาน นางสร้อยทอง มีชูโภชน์ หัวหน้าคณะสร้อยทองหิรัญ

ประวัติและผลงาน นางสร้อยทอง มีชูโภชน์ หัวหน้าคณะสร้อยทองหิรัญ

นางสร้อยทอง มีชูโภชน์ เกิดวันอาทิตย์ขึ้น 9 ค่ำ เดือน สิงหาคม ปีจอ พ.ศ. 2453 อายุ 84 ปี มารดาชื่อ นางขำ จรัญญา บิดาชื่อ นายดำ จรัญญา เป็นกำนัน ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายดำ มีอาชีพรับจ้างและเป็นนายวงปี่พาทย์ด้วย บิดาและมารดาของนางสร้อยทอง แยกกันอยู่ ตั้งแต่นางสร้อยทองยังเล็ก นางสร้อยทองจึงอยู่กับมารดาตลอดมา

นางสร้อยทอง ได้รับการถ่ายทอดการแสดงละครไทย “ละครนอก” จากมารดา และสามารถออกแสดงร่วมกับคณะที่มารดาแสดง ตั้งแต่อายุ 6 ปี โดยแสดงเป็นบทสาวใช้บ้าง รำถวายมือบ้าง และในช่วงนี้มารดาจะสอน “รำร่ายให้มือ” ให้คล่องแคล่ว (ได้รับคำอธิบายจากนางสร้อยทอง “รำร่ายให้มือ” คือ การใช้ท่ารำรับคำร้องในเพลงร่ายของละคร สังเกตจากการสาธิตท่ารำของท่าน ขณะให้การสัมภาษณ์) และเริ่มฝึกหัดการร้อง และท่ารำในแบบละครไปพร้อมๆ กัน นางสร้อยทอง สามารถแสดงละครได้ตั้งแต่เด็กๆ แต่ยังเป็นตัวสำคัญไม่ได้ เพราะขึ้นนั่งเตียงหน้าโรงไม่ถึง สาเหตุเพราะตัวเล็กมาก

มารดาของครูและตัวนางสร้อยทอง รับแสดงละครในลักษณะของ “งานหา” คือ ใครมาจ้างมาหาก็ไปแสดงร่วมกับคณะอื่นๆ มิได้มีคณะเป็นของตัวเอง

เมื่อนางสร้อยทอง มีอายุ 20 ปี ได้แต่งงานกับนายจรัส มีชูโภชน์ นักระนาดเอก บิดามารดาของสามี เป็นเจ้าของวงปี่พาทย์และละครชาตรี โดยเฉพาะพี่สาวของนายจรัส มีชูโภชน์ คือ ครูสังวาล มีชูโภชน์ มีความสามารถ ในการแสดงละครชาตรี ได้ถ่ายทอดวิธีการแสดงละครชาตรีให้กับนางสร้อยทอง (จากการสัมภาษณ์ประวัติครูสังวาลย์ เรื่องได้รับการถ่ายทอดละครชาตรีมาจากที่ใดนั้น ไม่มีบุคคลทางการละครทราบได้ นางสร้อยทอง ได้ให้ข้อสันนิษฐานว่า อาจได้รับการถ่ายทอดมาจาก “พวกชาวนอก” หมายถึง ชาวใต้สังเกตจากภาษาและสำเนียงการพูดของบิดามารดาสามี ตัวของสามีเอง และครูสังวาลย์)

นางสร้อยทอง มีบุตรชายหญิงกับนายจรัส 6 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 3 คน คือ

•  เด็กหญิงเกสร มีชูโภชน์ (เสียชีวิตเมื่ออายุ 1 ปี)

•  เสียชีวิตตั้งแต่คลอด

•  เด็กชายจุ่น มีชูโภชน์ (เสียชีวิตเมื่ออายุ 3 ปี)

•  นายหิรัญ มีชูโภชน์ (แต่งงานกับนางสาวทองหยิบ อมรเวทยันตร์

นายหิรัญ เสียชีวิตเมื่ออายุ 50 ปี)

•  นางจินตนา รัตนอุทัย (แต่งงานกับนายอนันต์ รัตนอุทัย)

•  นายประทิน มีชูโภชน์ (มีอายุ 26 ปี แต่งงานกับนางสาวบุญชู มีชูยศ)

การศึกษาของนางสร้อยทอง

นางสร้อยทอง ไม่เคยเรียนหนังสือในโรงเรียนสามัญ แต่ด้วยความอยากอ่านบทละครให้ได้ เพื่อจะได้นำไปใช้ในการบอกบทละคร นายจรัส ผู้เป็นสามีจึงสอนหลักในการประสมตัวอ่านออกเสียงให้กับนางสร้อยทอง จึงพอรู้หลักการอ่านพยายามหาบทละครที่คุ้นเคยในเนื้อเรื่องที่แสดงมาฝึกหัดอ่านจนเกิดความรู้ พออ่านหนังสือได้เร็วขึ้น

นางสร้อยทอง อ่านหนังสือทั่วไปได้เฉพาะคำที่มีตัวสะกด ไม่ยากจนเกินไปนัก แต่ถ้าเป็นบทละครจะอ่านออกเพราะอาศัยข้อความที่ชินในคำร้อง คำเจรจาที่ใช้ในเวลาแสดงเข้ามาช่วยในการอ่านส่วนในเรื่องการเขียน ฝึกเขียน และเขียนได้เฉพาะชื่อของนางสร้อยทองเองเท่านั้น

ผลงานด้านการแสดง

ผลงานด้านการแสดงของนางสร้อยทอง มีชูโภชน์ ที่ปรากฏนั้น แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เป็นนักแสดงและเป็นตั้วโผ

นักแสดง นางสร้อยทอง เป็นนักแสดงละครพื้นบ้านที่มีชื่อเสียง รำสวยปฏิภาณดี ความจำดี นางสร้อยทอง แสดงละครรำได้ทั้งลักษณะของตัวพระ และ ตัวนาง บทแสดงที่ถนัดคือบทนางแก้วหน้าม้าในเรื่องแก้วหน้าม้า นางเฒ่าทัศประสาทในเรื่องหลวิชัยคาวี เจ้าเงาะในเรื่องสังข์ทอง นางพันธุรัตในเรื่องสังข์ทอง หรือนางผีเสื้อสมุทรในเรื่องพระอภัยมณี เป็นต้น นางสร้อยทองเป็นตัวนายโรง นำร้อง “เชิญครู” และรำซัดเบิกโรงละครชาตรีและร้องเพลงเชื้อหรือที่เรียกว่า “ประกาศหน้าบท” ไหว้ครูเชิญเจ้าที่มารับสินบนในการแสดงละครไทย (ละครนอก) นางสร้อยทอง อธิบายว่าการแสดงละครพื้นบ้านตัวละครต้องมีความสามารถที่จะร้องและรำได้ และพร้อมที่จะช่วยร้องรับเป็นลูกคู่ได้จึงจะดี

เป็นตั้วโผ การเป็นตั้วโผหมายถึง การเป็นหัวหน้าหรือเจ้าของคณะละคร

นางสร้อยทอง มีคณะของตนเอง เมื่อมีอายุ 35 ปี ตั้งชื่อคณะว่า “สร้อยทองหิรัญ” โดยใช้ชื่อของตนเองกับชื่อลูกชายคนที่ 4 มารวมกันด้วยเห็นว่า มีความหมายที่ดี คณะของครูสร้อยทอง มีนักแสดงหลายคน ผู้แสดงมีทั้งลูกหลาน ญาติที่เกี่ยวดองกัน และเพื่อนบ้านที่มีความสามารถและรักในศิลปะการละคร ลำดับได้ ดังนี้

นางสร้อยทอง มีชูโภชน์ นอกจากจะเป็นนักแสดงละคร เป็นตั้วโผละครโดยอาชีพแล้วท่านยังเป็นผู้ที่มีเมตตามีจิตเป็น “ครู” ในการที่จะสั่งสอนและเผยแพร่ความรู้ ที่มีอยู่ในตัวของท่านให้กับผู้ที่สนใจโดยไม่หวงแหนและไม่ปิดบังวิชา เมื่อมีผู้มาขอถ่ายทอดความรู้ ท่านจะอุทิศเวลา แรงกาย และสติปัญญา อธิบาย พร้อมทั้งสาธิตให้ด้วยความตั้งใจ