ละครชาตรีในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

คณะจะเด็จดาวเด่น

คณะจะเด็จดาวเด่น

คณะจะเด็จดาวเด่น หัวหน้าคณะ คือ นายจะเด็จ สาสาร

คณะจะเด็จดาวเด่นได้รับการสืบทอดในการแสดงละครมาจากนางประเสริฐ (มีชูโภชน์) สาสาร มารดา ซึ่งเป็นหลานของนางสร้อยทอง มีชูโภชน์

คณะละครจะเด็จดาวเด่น ซึ่งจะตั้งขึ้นประมาณ 40 ปี ผ่านมานี้เอง โดย นางประเสริฐ มารดาเป็นตั้วโผขณะนั้นได้เป็นผู้หัดให้ลูกทั้งหมด 6 คน หลาน และ ผู้ที่มาสมัครฝึกหัดละครเป็นหลานของนางสร้อยทอง มีชูโภชน์ ได้รับการฝึกหัด การละครมาตั้งแต่ครั้งนางปราง นางสังวาล นางสร้อยทอง และเล่นละครอยู่ในกลุ่มนี้มาตลอด จนกระทั่งได้มาแต่งงานกับนายมณฑป สาสาร จึงย้ายมาอยู่ที่บางไทร จัดตั้งคณะละครของตนเองขึ้นมา ในชั้นแรกของการแสดง จะมีตัวนางประเสริฐ ซึ่งมีความสามารถในการแสดงในทางละครเป็นตัวหลัก มีน้องคือ นางสมศรี มีชูโภชน์ ซึ่งปัจจุบันยังแสดงกับคณะสร้อยทองหิรัญ มาช่วยในการแสดงตลอดเวลาฝึกหัดลูกหลานขึ้นมาแสดง จนเป็นคณะใหม่ และมีชื่อเสียงมากอีกคณะหนึ่งของอำเภอบางไทร ตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 7 ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

ขั้นตอนในการจัดการแสดง

ลำดับที่ 1 เวลา 9.30 น. นายจะเด็จ สาสาร จะเป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาครู และตั้งกำนน และต่อด้วยโหมโรง

ลำดับที่ 2 รำถวายมือด้วยการเพลงช้าเพลงเร็ว ไม่มีการร้องประกาศหน้าบท

ลำดับที่ 3 จับเรื่องแสดง เวลา 10.30 น. – 12.00 น. ลาเครื่องสังเวยและพักการแสดง ช่วงบ่ายโหมโรงแล้วจับเรื่องแสดง ตั้งแต่เวลา 13.30 - 16.00 น.

เรื่องที่แสดง นิยมแสดงเรื่อง พระรถ–เมรี จำปาทอง นางแตงอ่อน ขันทอง หลวิชัยคาวี ราชาธิราช แก้วหน้าม้า โกมินทร์ ทินวงษ์ ไชยเชษฐ์ และจะแสดงเรื่องตามที่เจ้าภาพต้องการ

โรงที่แสดง เป็นเรื่องที่เจ้าภาพเป็นผู้จัดหาในเรื่องการผูกโรงนั้นไม่ค่อยได้มีการผูกโรง เพราะในปัจจุบันเสากลางโรงนั้นไม่ค่อยได้พบ แต่ถ้าไปแสดงโรงที่มีเสากลางโรงก็ต้องทำพิธีผูกโรงตามแบบโบราณ

เรื่องการแสดงแบบละครชาตรี ทางคณะแสดงไม่ได้ จะแสดงได้ต้องผสมทางละครนอก คือ ใช้ปี่พาทย์เข้าช่วยและเพลงร้องทางละครนอกซึ่งที่จริงถ้านับโดยทาง ตาทวด (คือนายชุ่ม สมหาร) มีความรู้ทางละครชาตรีแต่การสืบทอดขาดช่วงไป

รูปแบบของการแสดงคณะจะเด็จดาวเด่น จึงแสดงแบบละครนอกและละครพันทาง เป็นส่วนใหญ่

ผู้แสดง

ผู้แสดงในคณะเป็นพี่น้องทั้งหมดเป็นหลักในการแสดง มีผู้แสดงเป็นชายและหญิงเกือบจะเท่ากันจะเป็นละครแสดงแก้บนคณะเดียวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ให้ผู้ชายแสดงมากและแสดงแบบชายจริงหญิงแท้ ดังนี้

•  นางองอร (สาสาร) อิ่มอก อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 5

ตำบลประทุม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี การศึกษา ป.4 แสดงเป็น นาง เจ้า นางเอก

•  จ.ส.อ. สมชาย สาสาร อายุ 38 ปี อยู่บ้านพักและรับราชการกองพัน

ทหารม้าที่ 17 จังหวัดสระบุรี การศึกษา ม.6 แสดงบทเจ้าและบทตลก (ส่วนมากจะช่วยแสดงในวันเสาร์–อาทิตย์)

•  นางเรไร (สาสาร) น่วมศิริ อายุ 34 ปี อยู่บ้านพักศูนย์การบินทหารบก

การศึกษา ม. 6 แสดงบทนางตลาด นางเอก และเป็นตัวพระได้

•  จ.ส.อ. สมพร น่วมศิริ อายุ 34 ปี อยู่บ้านพักศูนย์การบินทหารบก

การศึกษาจบ ปกศ. สูง แสดงเป็นตัวตลก

•  นายระเด่น สาสาร อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 7 ตำบลสนามไชย

อำเภอบางไทร การศึกษา ป.6 แสดงเป็นตัวพระ ตัวประกอบ

•  นางสำอาง สาสาร การศึกษา ป.6 แสดงเป็นนางเอก

•  นายอภิชาติ สาสาร อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/1 หมู่ 7

ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร การศึกษา ปวส. วิทยาลัยนาฏศิลป์ เอกโขน (ปักษ์) แสดงบทเป็นพระเอก ตัวเอกจะสลับกันเป็นตัวนายโรงกับนายจะเด็จ สาสาร พี่ชาย

•  นายพรวิเศษ ไตรวิชา อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 7 ตำบลสนามไชย

อำเภอบางไทร การศึกษา ป.6 แสดงบทได้ทั้งพระเอก ตลกและตัวโกง

•  นายมาโนช ประจำเชื้อ อายุ 26 ปี อยู่หลังอำเภอบางไทร การศึกษา

ป.6 แสดงเป็นตัวพระ ตัวประกอบ

•  นางสาวเกษณี สาสาร อายุ 14 ปี การศึกษา ป.6 แสดงเป็นตัวนาง

รำถวายมือ และตัวประกอบ

•  นางสาวนพภาพร โดดจรูญ อายุ 31 ปี การศึกษา ป.6 แสดงเป็น

ตัวพระ รำถวายมือ และตัวประกอบ

•  เด็กหญิงรจนา สาสาร (บุตรสาว ของนายจะเด็จ และนางสุนีย์ สาสาร)

อายุ 5 ปี การศึกษา ระดับอนุบาล รำถวายมือ ตัวประกอบ

ดนตรี

จะใช้ปี่พาทย์เครื่องห้าเป็นหลัก ผู้บรรเลงจะมาจากอำเภอบางไทร คือ ไม่ใช่ในกลุ่มพี่น้อง และแสดงบรรเลงร่วมกันมานาน ได้แก่

1. นายปรุง ขาวสุวรรณ ระนาดเอก

2. นายชลอ สุขสมโภชน์ ฆ้องวงใหญ่

3. นายเล็ก โดดจรูญ ระนาดทุ้ม

4. นายไพวงษ์ ไตรวารี ตะโพน, กลองทัด

งานที่รับแสดง ที่อำเภอบางไทร มีคณะละครอยู่เพียง 2 คณะ คือ ธิดา ณ บางไทร กับจะเด็จดาวเด่น ดังนั้น งานหาละครแก้บนจึงมีมากพอ ๆ กับหาไปแสดงเป็นงานฉลองมหรสพ ค่าจ้างการแสดงละครต่อวันราคาต่ำสุด 3,000 บาท ไม่เกิน 4,000 บาท แต่ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับระยะทาง คือ ค่าพาหนะที่บวกเพิ่มไป เรื่องการรำถวายมือนั้น ถ้าหากเฉพาะจะมีราคาพอๆ กับการหาละครคือ 3,000 บาท แต่ถ้าไปแสดงละครอยู่ที่นั้นแล้วมีผู้มาหารำถวายมือก็จะคิดเพียงครั้งละ 500–600 บาท ต่อการรำถวายมือ 1 ครั้ง

ลักษณะการแสดงของคณะจะเด็จดาวเด่น ถึงแม้จะเป็นละครวัยรุ่น แต่ก็มีหลักในการแสดง มีการปรับและพัฒนาการแสดงในคณะให้ถูกใจคนหาและคนดูทั่ว ๆ ไปชอบใจ เช่น การแทรกสิ่งละอันพันละน้อยในการแสดง การใช้เครื่องขยาย แสง สี เสียง มีฉากละครออกแบบทันสมัย

คณะราตรีศิลป์

คณะราตรีศิลป์ สืบต่อการแสดงละครจากคณะจันทร์บรรเทิง หัวหน้าคณะคือนางราตรี กุลบท สืบเชื้อสายทางด้านการแสดงละคร มาตั้งแต่ครั้งบิดามารดา มารดาชื่อนางลำเจียก กระจ่างโชติ บิดาชื่อนายสังเวียน กระจ่างโชติ เป็นบุตรของนายทอง และนางคร้าม มีชูโภชน์

ตัวของนางราตรีเอง ได้รับการถ่ายทอดการแสดงละครจากยาย คือนางจันทร์ ชาลีแดง สามารถออกแสดงกับคณะตั้งแต่อายุ 7-8 ปี แสดงละครกับมารดาและยายตลอดมาใช้ชื่อคณะว่า จันทร์บันเทิงศิลป์ เมื่อยายเสียชีวิตจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นคณะราตรีศิลป์ เป็นที่รู้จักและยอมรับสำหรับฝีมือแสดงมาประมาณ 35 ปี

คณะราตรีศิลป์ รับแสดงละครทั้งละครชาตรี ละครนอก ละครพันทางและการรำเฉพาะการรำถวายมือ ราคาการแสดงละคร ราคาวันละไม่ต่ำกว่า 3,500 บาท และไม่เกิน 5,000 บาท แล้วแต่ละยะทางใกล้ไกล ส่วนการรำถวายมือนั้นถ้ามีการติดต่อแสดงเฉพาะราคาเท่ากับหาละครคือ 3,500 บาทต่อการรำถวาย 1 ครั้ง แต่ถ้าไปแสดงอยู่แล้ว และมีผู้มาหารำถวายมือในขณะนั้น ก็จะมีราคาเพียง 800 – 1,000 บาท คณะละครของนางราตรี มีนักแสดงหลายคน ผู้แสดงมีทั้งลูกและหลานรวมทั้งสิ้นในคณะ 18 คน ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ 3 บริเวณตลาดสมจิตร์ ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ขั้นตอนในการจัดการแสดง

ลำดับที่ 1 ผู้ที่เป็นประธานในการทำพิธีคือ นายกฤษณะ กุลบท บูชาครู ด้วยดอกไม้ธูปเทียนและตั้งกำนนต่อด้วยปี่พาทย์โหมโรงเช้าเวลา 10.00 น.

ลำดับที่ 2 จะมีการรำเบิกโรงด้วยเพลงช้าเพลงเร็ว

ลำดับที่ 3 จับเรื่องแสดงนิยมแสดงเป็นตอนๆ เรื่องที่นิยมแสดง ได้แก่ เรื่องแก้วหน้าม้า รถเสน จำปาทอง พระอภัยมณี วงษ์สวรรค์-จันทวาท สังข์ทอง การะเกด สุวรรณหงส์ ยกเว้นไม่แสดงเรื่องที่เป็นชาดก จะแสดงไปจนถึงเวลา12.00 น. ลาเครื่องสังเวยพักการแสดง เพื่อให้ละครขาดสินบน ช่วงบ่าย เวลา 13.00 น. เริ่มการแสดงโหมโรง และจับเรื่องต่อจนถึงเวลา 15.00 น. จบการแสดง

คณะราตรีศิลป์ ในปัจจุบันมีคณะละครของบุตรสาวสืบทอดละครต่ออีก 1 คณะ คือ คณะศรีประภาพร แต่ก็ยังใช้คณะแสดงกลุ่มเดียวกัน

ผู้แสดง

ลูก

•  นางมณฑาทิพย์ บุญประเทือง อายุ 32 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวนางมี

ความสามารถแสดงได้หลายบทบาท บทนางกษัตริย์และนางตลาด

•  นางรุ่งทิวา ทับพัน อายุ 25 ปี การศึกษา ป.6 เป็นตัวพระ ส่วนมากจะ

แสดงเป็นพระเอก

•  นางปราณี ลิ่มจง อายุ 22 ปี การศึกษา ป.6 เป็นตัวนาง

 

•  นางสาวเฉิดฉาย อายุ 19 ปี กำลังศึกษาที่วิทยาลัยนาฏศิลป์อ่างทอง

ชั้น ม. 6 เป็นตัวนาง รำซัดเบิกโรงได้ ส่วนมากจะแสดงเป็นนางเอก

•  นางสาวนงลักษณ์ จิตต์กระจ่าง อายุ 13 ปี กำลังศึกษาที่วิทยาลัย

นาฏศิลป์อ่างทอง ชั้น ม. 2 เป็นตัวพระมีความสามารถแสดงได้หลายบท เช่น แสดงเป็นมานพแปลง เป็นพระรอง

•  เด็กชายณรงค์ จิตต์กระจ่าง จบชั้น ป.6 ไม่ได้เรียนต่อแสดงเป็นตัว

ประกอบ

หลาน

1. เด็กชายวีรศักดิ์ บุญประเทือง อายุ 13 ปี กำลังศึกษาที่โรงเรียนวัด

พระญาติ ชั้น ป.4 แสดงเป็นตัวตลก

2. เด็กชายมาโนช บุญประเทือง อายุ 11 ปี กำลังศึกษาที่โรงเรียนวัด

พระญาติ ชั้น ป.4 แสดงเป็นตัวตลก

3. นายภู่เกียรติ กุลบท อายุ 10 ปี กำลังศึกษาระดับชั้น ป.3 แสดงเป็นตัวประกอบ ตัวตลก

ญาติ

•  นายสาคร ไม้แก้ว อายุ 56 ปี จบการศึกษา ป.4 เป็นตัวพระแสดงเป็น

พ่อ

•  นางประเทือง จันทร์ดารา อายุ 50 ปี จบการศึกษา ป.4 เป็นตัวนาง

แสดงเป็นแม่

•  เด็กหญิงรุ่งรัตน์ จันทร์ดารา อายุ 12 ปี กำลังศึกษา ม.2 เป็นตัวนาง

เป็นตัวประกอบ

•  นางเจียด ไหมทอง อายุ 71 ปี จบการศึกษา ป.4 เป็นตัวพระแสดงได้

หลายบทบาท เช่น ฤาษี

ผู้บรรเลงปี่พาทย์

•  นายกฤษณะ กุลบท อายุ 58 ปี จบการศึกษา ป.4 ระนาดทุ้ม

กลองทัด ตะโพน ฉิ่ง ฉาบ

•  นายสอด คล้ายคลึง อายุ 60 ปี จบการศึกษา ป.4 ระนาดเอก

•  นายสุชิน สุขประเสริฐ อายุ 70 ปี จบการศึกษา ป.4 สามารถเล่นดนตรี

ได้ทุกชิ้น

•  นายประธาน ชัยเรศ อายุ 21 ปี จบการศึกษา ม.3 สามารถเล่นได้

ทุกชิ้น

•  เด็กชายมาโนช จิตต์กระจ่าง อายุ 11 ปี กำลังศึกษาชั้น ป.5 ฉาบ

ฉิ่ง