ละครชาตรีในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

คณะสร้อยทองหิรัญ

คณะสร้อยทองหิรัญ

คณะสร้อยทองหิรัญ และมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ละครบ้านคลองทราย เป็นละครที่เก่าแก่ยาวนานกว่า 60 ปี หัวหน้าคณะหรือที่เรียกว่า ตั้วโผ คือ นางสร้อยทอง มีชูโภชน์ อายุ 85 ปี คณะนี้ได้รับการถ่ายทอดละครมาจากบรรพบุรุษทางละครโดยตรง คือ ละครชาตรีที่สืบทอดจากคณะละครแม่สังวาลย์ จากคณะละครแม่ปราง ที่เป็นละครนอกตัวนางสร้อยทองได้รับการถ่ายทอดการละครมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ฝึกหัดละครนอกกับมารดา คีอ นางข่า จรัญญา เป็นตัวละครอยู่ในคณะของแม่ปราง เมื่อนางสร้อยทองอายุ 20 ปี ได้แต่งงานกับนายจรัส มีชูโภชน์ ทางฝ่ายบิดาและมารดาของสามี คือ นายทอง และนางปราง (ภรรยาคนที่ 2) มีชูโภชน์ เป็นเจ้าของวงปี่พาทย์ และละครชาตรี นางสร้อยทอง จึงได้รับการถ่ายทอดการแสดงละครชาตรีจากนางสังวาลย์ มีชูโภชน์ ซึ่งมีฐานะเป็นพี่สะใภ้ในชั้นแรกรับแสดงละครในลักษณะของ “งานหา” คือ ใครมาจ้าง มาหาก็ไปแสดงร่วมกับคณะอื่น ๆ มิได้มีคณะเป็นของตนเอง ต่อมามีคณะเป็นของตนเองเมื่ออายุ 35 ปี ตั้งชื่อคณะว่า ”สร้อยทองหิรัญ” โดยใช้ชื่อของตนเองกับชื่อลูกชายคนที่ 4 มารวมกันด้วยเห็นว่า มีความหมายที่ดีนางสร้อยทอง มีความสามารถในการแสดงละคร แสดงได้หลายบทบาทเป็นทั้งตัวนายโรง ตัวนาง เป็นได้ทั้งบทนางกษัตริย์ นางตลาด และทั้งตัวตลก สามีของนางสร้อยทอง เป็นเจ้าของวงปี่พาทย์ ทำให้คณะสร้อยทองหิรัญ มีลูกหลานสืบทอดมา ทั้งทางด้านการแสดงละคร และทางดนตรีไทย ปัจจุบันคณะสร้อยทองหิรัญ ยังขึ้นป้ายรับจ้างแสดงละครและวงปี่พาทย์ในงานต่างๆ อยู่ ณ บ้านเลขที่ 61/1 บ้านคลองทราย ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ขั้นตอนในการจัดการแสดง

การแสดงของคณะสร้อยทองหิรัญ จะเริ่มแสดง เวลา 10.30 น . ถึงเวลา 12.00 น . ลาเครื่องสังเวย พักการแสดง และจะเ ริ่มแสดงอีกครั้งในช่วงเวลา 13. 00 น . ไปจนถึงเวลา 15.30 น . โดยประมาณ จะมีขั้นตอนในการจัดการแสดงตามลำดับ ดังนี้

ลำดับที่ 1. เวลา 10. 30 น . นางสร้อยทอง จะบูชาครูด้วยดอกไม้ ธูปเทียน และตั้งกำนน ต่อด้วยโหมโรงด้วยปี่พาทย์ชาตรี ได้แก่ ปี่ ทับโทน ฆ้องคู่ ฉิ่ง กรับ

ลำดับที่ 2. เมื่อจบจากการโหมโรง จะเป็นการร้องประกาศหน้าบท ตัวนายโรงจะเป็นผู้นำร้อง มีลูกคู่ร้องรับ จะร้องอยู่ในฉากหรือหลังเวที

ลำดับที่ 3. จะต่อด้วยการรำถวายมือ ด้วยการรำเพลงช้า เพลงเร็ว ในช่วงการรำถวายมือนี้ เจ้าภาพจะจุดธูปเทียนบอกกล่าวการแก้บน

ลำดับที่ 4. เมื่อจบจากการรำถวายมือ ตัวนาย โรง จะออกมานั่งบนเตียง ร้องเชิญครู และมีลูกคู่ร้องรับ

ลำดับที่ 5. ตัวนายโรงจะรำซัดเบิกโรง ตามหน้าพาทย์ชาตรีและเมื่อปี่พาทย์รัวตัวนายโรง จะลุกขึ้นซอยเท้าออกตามจังหวะกลอง ลงมารำตรงหน้าเตียง ท่ารำในการรำซัดเบิกโรง มี 4-5 ท่า เมื่อจบรำซัด เบิกโรง ปี่พาทย์จะบรรเลงเพลงวา เริ่มจับเรื่องแสดง

ลำดับที่ 6. การจับเรื่องแสดง นิยมแสดง เป็นตอนๆ เรื่องที่นิยมแสดงได้แก่ เรื่องนางสิบสอง หรือเรียกว่า พระรถเมรี แต่ เรื่องพระสุธนมโนห์รา เรื่องนางแตงอ่อน ทางคณะของนางสร้อยทองถือว่าเป็นเ รื่องสูงจะไม่แสดง นอกนั้นแสดงได้ทุกเรื่อง ตามเจ้าภาพต้องการ การแสดงจะมีการบอกบท ตัวแสดงจะต้องร้องและเจรจาเอง มีลูกคู่ร้องรับ

ในช่วงเวลา 12.00 น . จะหยุดการแสดงในช่วงเวลาเช้า ถ้ามีการตั้งเครื่องสังเวยก็จะต้องมีพิธีลาเครื่องสังเวยโดยใช้ตัวพระ 2 ตัว ตัวนาง 2 ตัวและตัวตลกอีก 1 ตัว มาเป็นผู้กระทำพิธี ต่อจากนั้น จึงพักการแสดง เวลา 13.00 น . จะจับเรื่องแสดงต่ออีกครั้งไปจนถึงเวลา 15.30 น .

คณะสร้อยทองหิรัญจะรับจ้างการแสดงละครเป็นเรื่อง และเฉพาะการรำ ถวายมือค่าจ้างการแสดงละครทั้งเรื่องราคาไม่ต่ำสุด 2,500 บาท ไม่เกิน 4,000 บาท ต่อวัน หรืออาจจะแพงกว่านี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่จะไปแสดงใกล้หรือไกล เพราะเกี่ยวกับค่าพาหนะ ถ้าหาเฉพาะการรำถวายมือราคา 1,000-1,500 บาท ถ้าอยู่ระหว่างการแสดงมีผู้มาว่าจ้างหารำถวายมือแก้บนในขณะนั้น ราคาจะถูกลงจะอยู่ในราคา 500-600 บาท แล้วแต่จะตกลงกัน เพราะถือว่าแสดงอยู่ตรงที่นั้นและมีตัวละครพร้อมอยู่แล้ว

จำนวนผู้แสดงในคณะสร้อยทองหิรัญ มีจำนวนมากกว่าคณะละครอื่นๆ ตาม

ที่ได้กล่าวชื่อมาแล้ว ผู้แสดงและนักดนตรีเป็นลูกหลานเป็นญาติที่เกี่ยวดองกัน เฉพาะที่สามารถแสดงและนักดนตรี มีจำนวน 23 คน และหลานเหลนที่กำลังเ ริ่มฝึกหัดอีก ไม่น้อยกว่า 15 คน ดังรายชื่อที่แสดงอยู่ในปัจจุบัน ดังนี้

ผู้แสดง

ลูก

1. นางจินตนา รัตนอุทัย (มีชูโภชน์) อายุ 52 ปี เป็นนายโรง มี

ความสามารถแสดงได้หลายบทบาท คือ ตัวเอก ตัวพ่อ และตัวเบ็ดเตล็ด (ตัวเบ็ดเตล็ด ภาษาละครชาวบ้าน เรียกว่า “ ตัววิ่ง ”)

2. นางทองหยิบ มีชูโภชน์ (ลูกสะใภ้) อายุ 65 ปี เป็นตัวพระ ตัวเบ็ดเตล็ด

3. นางบุญชู มีชูโภชน์ (ลูกสะใภ้) อายุ 52 ปี เป็นตัวพระ ตัวพ่อ

หลาน

1. นางบังอร ปั้นอบเนียม (รัตนอุทัย) อายุ 36 ปี การศึกษา ป .4 แสดงเป็นตัวนางได้หลายบทบาท โดยเฉพาะตัวนางที่มีลักษณะพิเศษ เช่น นางยักษ์ นางแก้วหน้าม้า เป็นต้น

2. นางบังเอิญ วงศ์กฤษณ์ (รัตนอุทัย) อายุ 30 ปี การศึกษา ป.4 แสดง เป็นตัวพระ ส่วนมากแล้วจะเป็นพระเอกเกือบทุกเรื่องที่แสดง หากมีความจำเป็นในบางโอกาส เช่น ตัวไม่พอ หรือมีงานซ้อนกันเป็น 2 โรง แสดงในวัน และเวลาเดียวกันเป็นตัวนางได้ ปัจจุบันขึ้นป้ายคณะละคร “บังเอิญหลานสร้อยทอง”

3. เด็กหญิงปัทมา รัตนอุทัย อายุ 13 ปี กำลังศึกษา ม.2 เด็กรุ่นใหม่เป็น ตัวพระ ปฎิภาณดี รำสวย แสดงบทพระเอกวัยเด็กมีหลายเรื่อง เช่น เรื่องโกมินทร์ พระสังข์ทอง เป็นตัวเบ็ดเตล็ด และเป็นตัวรำนำในการรำถวายมือ

เหลน

1. เด็กหญิงตุ๊กตา ปั้นอบเนียม อายุ 13 ปี กำลังศึกษา ม.2 เป็นตัวนางในชุดรำถวายมือ เพิ่งเริ่มฝึกหัดแสดงละคร รับบทเป็นตัวเบ็ดเตล็ด

2. เด็กหญิงอมรา วงศ์กฤษณ์ อายุ 11 ปี กำลังศึกษา ป.5 เป็นตัวนางและ ตัวรำในชุดรำถวายมือ เพิ่งเริ่มหัดแสดงละคร รับบทเป็นตัวเบ็ดเตล็ด

3. เด็กหญิงสุมณฑา ปั้นอบเนียม อายุ 8 ปี กำลังศึกษา ป.2 เริ่มฝัดหัด รำถวายมือ

4. เด็กหญิงประภาพร รัตนอุทัย อายุ 8 ปี กำลังศึกษา ป.2 เริ่มฝักหัด รำถวายมือ

5. เด็กหญิงทิพมล รัตนอุทัย อายุ 6 ปี เริ่มฝึกหัดรำถวายมือ

ญาติ

1. นางสมศรี มีชูโภชน์ อายุ 51 ปี การศึกษา ป.4 เป็นตัวพระ ตัวพ่อ และตัวเบ็ดเตล็ด

2. เด็กหญิงสมใจ โดดจรูญ อายุ 12 ปี กำลังศึกษา ป.6 เป็นตัวพระ และตัวรำในชุดรำถวายมือ เริ่มหัดแสดงละครรับบทเป็นตัวเบ็ดเตล็ด

เพื่อนบ้าน ที่มาแสดงร่วม

•  นางประทิน ราษีกฤษณ์ อายุ 50 ปี การศึกษา ป.4 แสดงบทของ

ตัวพ่อ เช่น ท้าวสามล ในเรื่องสังข์ทอง เป็นต้น

•  นางประวิง มีชูยศ อายุ 40 ปี การศึกษา ป.4 ส่วนมากจะแสดง

บทบาทที่เป็นของตัวนาง ตัวแม่ เช่น นางมณฑา ในเรื่องสังข์ทอง และในบางครั้งยังรับบทเบ็ดเตล็ดอีกด้วย

•  นายชวลิต สุวรรณจินดา อายุ 38 ปี การศึกษา ม.3 แสดงบทเป็น

พระเอก หรือตัวเอก ในเรื่องที่จัดแสดง และมีฝีมือในการปักเครื่องละครไทย

 

วงปี่พาทย์ ที่บรรเลงประกอบการแสดงละครคณะสร้อยทองหิรัญ

ลูก

1. นายประทิน มีชูโภชน์ อายุ 53 ปี การศึกษา ป .2 นักระนาดเอก ปัจจุบันนี้ตั้งคณะวงปี่พาทย์ของตัวเอง ใช้ชื่อคณะว่า ”สุเทพบันเทิง” (ใช้ชื่อบุตรชาย) รับงานทั้งการแสดงปี่พาทย์ ลิเกและละคร แต่บางครั้งก็มาร่วมบรรเลงกับคณะสร้อยทองหิรัญ

2. นายอนันต์ รัตนอุทัย (บุตรเขย) อายุ 53 ปี การศึกษา ป.4 มีความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรี่ และตะโพน มีวงปี่พาทย์เป็นของตนเองร่วมกับลูกชาย (นายอเนก รัตนอุทัย อีก 1 คณะ)

หลาน

1. นายเอนก รัตนอุทัย อายุ 26 ปี การศึกษา ป.6 มีความสามารถในการ เล่นระนาดเอก ฆ้องวงใหญ่

2. นายลือชัย วงศ์กฤษณ์ (หลายเขย) อายุ 36 ปี การศึกษา ป.4 มีความสามารถในการเล่นระนาดเอก และมีวงปี่พาทย์ของตนเอง ใช้ชื่อคณะว่า ”คุณแดงโชว์” และคณะละครว่า “บังเอิญหลานสร้อยทอง”

3. เด็กชายสมทรง ปั้นอบเนียม อายุ 12 ปี กำลังศึกษา ป.6 ฝึกหัดเครื่องกำกับจังหวะกลองทัด

4. เด็กชายอาคม วงศ์กฤษณ์ อายุ 9 ปี กำลังศึกษา ป.3 ฝึกหัดเครื่องกำกับจังหวะฉิ่ง

ญาติ

1. นายสมนึก โดดจรูญ อายุ 30 ปี เครื่องกำกับจังหวะตะโพน กลองแขก ทับและโทน

ในการแสดงแต่ละครั้ง ตัวแสดงจะใช้ตัวแสดงไม่เกิน 15 คน บางครั้งก็มีแสดง เพียง 6-7 คน เพราะฉะนั้น เรื่องที่แสดงในแต่ละครั้งจะต้องคำนึงถึงตัวแสดงที่หาได้ในวันนั้นด้วย นักดนตรีที่บรรเลงแต่ละครั้ง จะไม่เกิน 5 คน บางครั้งมีเพียง 3 คน เล่น เครื่องดนตรีที่เป็นหลัก คือ ระนาดเอก ตะโพน ทับหรือโทน นอกนั้นจะใช้ผู้แสดงที่ยังไม่มีบทแสดง ช่วยกันตีเครื่องช่วยจังหวะคือ กรับ และฉิ่ง

ค่าตัวในการแสดง นางสร้อยทองให้ข้อมูลว่าถ้าแสดงละครจะจ่ายในราคาเท่ากัน คือ 150 บาทต่อคน นอกจากที่มารำถวายมืออย่างเดียวก็ให้ 100 บาท เด็กเล็กถ้านั่งเป็นตัวประกอบเฉย ๆ จะให้ 50 บาท ในกรณีที่มีผู้มาหารำเฉพาะถวายมือจะ จ่ายค่าตัวให้คนละ 50 บาท เท่ากัน ถ้าตัวละครมาเองก็จะเพิ่มค่ารถให้ตามระยะทาง

คณะสร้อยทองหิรัญเป็นคณะละครชาตรีที่เก่าแก่ เป็นที่รู้จักและยอมรับในเรื่องฝีมือการแสดง การติดต่อการแสดงจะติดต่อได้โดยตรงกับนางสร้อยทอง มีชูโภชน์

เจ้าของคณะและนายหน้าหาละคร ซึ่งนายหน้านี้จะได้เงินประมาณ 10-20 % ของราคาที่ตกลงกัน

ในกลุ่มการแสดงที่เป็นลูกหลานของนางสร้อยทอง มีชูโภชน์ ในปัจจุบันขึ้นป้ายคณะรับงานแสดงละครและวงปี่พาทย์เพิ่มอีก 2 คณะ คือ คณะสุเทพบรรเทิง ซึ่งควบคุมโดยนายประทิน มีชูโภชน์ แต่เวลารับงานแสดงละคร ยังใช้ฉากและป้ายชื่อในนามคณะของสร้อยทองหิรัญ และอีกคณะหนึ่งคือ คณะบังเอิญหลานสร้อยทอง ควบคุมโดย นางบังเอิญ วงศ์กฤษณ์ ขึ้นป้ายคณะเป็นของตนเอง แต่ยังคงใช้ ตัวละครในกลุ่มของคณะสร้อยทองหิรัญ และยังมีแนวโน้มว่าอาจจะมีเพิ่มขึ้นอีกหลายคณะ เพราะมีลูกหลานมาก เมื่อแต่งงานเป็นครอบครัวก็จะเริ่มแยกตัวตั้งคณะเป็นของตนเอง