ประเพณีทิ้งกระจาด วัดพนัญเชิง

วัดพนัญเชิง เป็นวัดที่มีมาแต่โบราณก่อนการสร้างกรุงศรีอยุธยาไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง ตามหนังสือพงศาวดารเหนือว่าพระเจ้าสายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกแต่พระนางสร้อยดอกหมาก และพระราชทานนามว่า “วัดเจ้าพระนางเชิง” ในวัดนี้มีพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิขนาดใหญ่ ชาวจีนนับถือมากเรียกว่า ซำปอกง หรือเรียกว่า “หลวงพ่อโต” หรือ “หลวงพ่อวัดพนัญเชิง” พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างใหม่ทั้งองค์ เมื่อปลาย พ.ศ. 2397 แล้วถวายพระนามพระพุทธรูปว่า “พระพุทธไตรรัตนายก” ในกลางเดือน 9 จะมีงาน ทิ้งกระจาดและงานนมัสการประจำปี

งานประเพณีทิ้งกระจาด เป็นที่จัดทั่วไปในชุมชนชาวจีน เเต่ถ้าเอ่ยถึงงาน ทิ้งกระจาด วัดพนัญเชิง ถือว่าเป็นงานประจำปีที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจัดได้ใหญ่โตกว่าของชุมชนชาวจีนอื่นๆ ทั่วประเทศไทย

งานประเพณีทิ้งกระจาดนี้ ตามคติความเชื่อของชาวจีน ถือเป็นการทำบุญ ทำทานให้แก่ภูตผีที่ไม่มีญาติทั้งหลาย ซึ่งจะปล่อยจากยมโลกมารับส่วนบุญบนโลกมนุษย์ปีละครั้ง ก่อนกลับไปรับผลกรรมที่เคยสร้างไว้เมื่อคราวเป็นมนุษย์ งานนี้จัดขึ้นทุกปีในช่วงกลางเดือน 7 ของจีน (ตรงกับเดือน 9 ของไทย) ไปจนถึงสิ้นเดือน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ประตูยมโลกเปิด

ความยิ่งใหญ่ของงานเห็นได้ชัดเจนที่หอทิ้งกระจาดซึ่งสร้างเป็นอาคาร ก่ออิฐถือปูนอย่างถาวร สูงเด่นกลางลานคอนกรีตโล่ง รวมทั้งหุ่นยมบาลที่มีความ สูงกว่า 10 เมตร และที่สำคัญคือผู้คนที่มาร่วมงานมากมายนับหมื่นคน ทั้งที่ตั้งใจมาแย่งทานจากการทิ้งกระจาด ที่มานมัสการหลวงพ่อโตซึ่งประดิษฐานอยู่ในโบสถ์วัดนี้ และที่มาเดินชมร้านค้าและเครื่องเล่นนานาชนิดที่มาตั้งดาษดื่นอยู่รอบวัด

สัญลักษณ์ของงานประเพณีทิ้งกระจาดที่เราผู้มาเยือนจะสังเกตได้ง่าย นอกจากหอทิ้งกระจาดที่มีข้าวของกองสุมอยู่มากมายรอบริจาคแก่คนยากเเล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ยืนสูงเด่นไม่เเพ้กันคือ หุ่นยมบาล หรือที่ชาวจีนเรียกว่า ไต้สื่อเอี้ย เเต่งกายแบบนักรบจีนโบราณ สวมเสื้อเกราะสีทอง ใบหน้าสีเขียวคล้ำ ใบหูกางใหญ่ หน้าตาขมึงทึง ทำจากกระดาษระบายสีกรุลงบนโครงร่างสานด้วยไม้ไผ่ บนพื้นข้างหน้าหุ่นจะเต็มไปด้วยกระดาษเงินกระดาษทอง ที่ผู้ใจบุญนำมาอุทิศให้บรรดาผีไม่มีญาติทั้งหลาย

กำหนดการจัดงานทิ้งกระจาดที่วัดพนัญเชิงอยู่ในช่วง 3 วันก่อนสิ้นเดือน 7 ของจีน เป็นประจำทุกปี ในวันแรกมีพิธีอุทิศส่วนกุศลไปให้บรรดาผีไม่มีญาติทั้งหลายโดยพระจีนซึ่งเป็นพุทธสาวกที่อยู่ในนิกายมหายาน มีวิธีการสวดและข้อปฏิบัติแตกต่างจากพระไทย ( นิกายเถรวาท ) จะสวดมนต์ตลอดทั้งวัน

วันที่สองของงานจะนับว่าสำคัญที่สุดก็ว่าได้ เพราะในวันนี้จะมีการเผาหุ่นยมบาล ของใช้กระดาษและการทิ้งกระจาดบริจาคทานแก่คนยากที่มารอรับ ซึ่งส่วนมากจะเป็นคนไทย (ที่เรียกทิ้งกระจาดนั้นเนื่องจากในอดีตจะทิ้งของกินและเสื้อผ้าลงมาจากบนหอทั้งกระจาด) ของกินและของใช้มากมายที่คนจีนนำมาบริจาค จะถูกคณะกรรมการจัดงานซึ่งก็เป็นคนจีนอีกเช่นกัน ลำเลียงขึ้นไปไว้บนหอ ส่วนบริเวณที่ตั้งหุ่นยมบาลนั้น รอบๆ จะเต็มไปด้วยกระดาษเงินกระดาษทอง ของใช้ที่ทำจากกระดาษมากมาย กองสุมไว้รอเวลาเผาอุทิศให้แก่ผีไม่มีญาติ พระจีนจะสวดมนต์ไปตลอดวันเช่นเดียวกับวันแรกและเมื่อถึงเวลาประมาณบ่าย 4 โมง คณะกรรมการจะเริ่มจุดไฟเผาหุ่นและของใช้กระดาษ จากนั้นกรรมการที่อยู่บนหอก็จะเริ่มทิ้งของบริจาคซึ่งส่วนมากจะเป็นผลไม้ ทั้งกล้วยและส้มโอ ภายในผลไม้นั้น บางผลจะมีก้านไม้บางๆ เสียบอยู่ เรียกว่า “ติ้ว” ผู้คนมากมายที่ยืนเบียดเสียดอย่างแออัดตั้งตารออยู่ตั้งเเต่เช้าต่างรุมเข้ายื้อแย่งอย่างชุลมุน เมื่อคณะกรรมการโยนผลไม้ลงมาหมดแล้ว ผู้ที่แย่งของได้ก็เริ่มสำรวจว่าผลไม้ที่อยู่ในมือตนนั้นมีติ้วเสียบอยู่หรือไม่ ถ้ามีก็จะนำไปแลกของกับคณะกรรมการ ของที่มีให้แลกก็มีทั้งเสื้อผ้าของใช้ ข้าวสาร เเล้วแต่โชคของแต่ละคน

ในวันที่สามซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน ในตอนเช้าก็จะเริ่มเก็บข้าวของเครื่องใช้ เก็บกวาดขยะและขี้เถ้า ช่วงกลางวันก็จะมีการสวดมนต์เช่นทุกวัน แต่ต่าง ไปที่วันนี้จะเป็นพระไทยสวดให้ศีลให้พรถือเป็นการเสร็จงานประเพณีทิ้งกระจาดประจำปี ส่วนร้านค้าและเครื่องเล่นต่างๆ โดยรอบวัดก็จะออกร้านเป็นวันสุดท้าย และเริ่มเก็บร้านในวันถัดไป

เหตุที่งานทิ้งกระจาด ณ วัดแห่งนี้จัดได้ใหญ่โต มีคนรู้จักและร่วมงานมากมายกว่าที่อื่น ก็เนื่องจากนับตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยายังเป็นราชธานี ตัววัดพนัญเชิงนั้นตั้งอยู่ตรงหัวมุมแหลมบางกะจะ เขตเมืองอโยธยาใต้ ตรงที่แม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำป่าสักไหลมาบรรจบกัน อันเป็นแหล่งชุมชนเรือสำเภาจีนและเรือค้าขายต่างๆ มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น ซึ่งส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่เป็นชาวจีน ความเจริญมั่งคั่งของชุมชนนี้เราสามารถสังเกตได้จากขนาดของวัด และขนาดของพระประธานที่ชื่อ “ พระพุทธเจ้าพะแนงเชิง ” ที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อโต” (เขาเล่ากันว่าก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2 หลวงพ่อโตองค์นี้มีน้ำพระเนตรไหลประหนึ่งว่าเป็นลางบอกก่อนเกิดเหตุใหญ่) ถ้าเป็นชุมชนขนาดเล็กก็คงไม่สามารถที่จะสร้างได้ถึงเพียงนี้

เมื่อกาลเวลาผ่านไปจวบจนปัจจุบันประเพณีที่ปฏิบัติสืบเนื่องกันมายาวนานก็เป็นที่รู้จักแพร่หลายออกไป ประกอบกับวัดพนัญเชิงเป็นวัดที่ใหญ่เเละเก่าแก่ เคยเป็นพระอารามหลวงมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา มีผู้มานิยมนมัสการหลวงพ่อโตเป็นจำนวนมาก ทำให้งานประเพณีทิ้งกระจาด ณ วัดพนัญเชิงแห่งนี้ เป็นงานประจำปีที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของจังหวัด มีผู้คนหลั่งไหลมาเเย่งทานและมาเที่ยวงานมากมายสุดที่จะประมาณ

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่เราสังเกตได้คือ ความสามารถในการผสมผสานวัฒนธรรมและสถานภาพทางสังคมของคนจีนและคนไทยในสังคมนี้ ปรากฏชัดเจน ในงานประเพณีทิ้งกระจาด ณ วัดพนัญเชิง การเดินทางหากต้องการมาเที่ยวชมงานประเพณีทิ้งกระจาดหรือต้องการมานมัสการหลวงพ่อโต ซึ่งถ้าหากมาจากกรุงเทพฯ โดยใช้ถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลย 32) เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกเข้าอยุธยา ตรงเข้ามาจะพบวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้มให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณอีก 1.5 กิโลเมตร วัดใหญ่ชัยมงคลอยู่ทางซ้ายมือ ตรงไปอีกราว 3 กิโลเมตร จะถึงวัดพนัญเชิงทางขวามือ ถ้าหากมาจากเส้นทางอื่นก็ขอให้มาตั้งหลักที่วงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้มและให้ไปตามเส้นทางที่ได้กล่าวบอกไว้ และยังมีเส้นทางเรือคือข้ามเรือมาจากฝั่งป้อมเพชร