ประเพณีโกนผมไฟ

อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ผมไฟ คือ ผมที่ติดมากับเด็กที่คลอดใหม่ ซึ่งเป็นผมแรกเกิด และผ่านสิ่งสกปรกต่างๆ มาชาวบ้านเชื่อว่า ควรโกนทิ้ง

พิธีโกนผมไฟ จะทำขึ้นเมื่อเด็กอายุครบ 1 เดือน จะทำในวันดี เช่น วันศุกร์หรือวันธงชัย ผู้ทำพิธีเป็นญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ที่เคารพนับถือ บางคนบิดามารดาเป็นผู้โกน

พิธีโกนผมไฟ มีความคล้ายกับพิธีโกนจุก ต่างกันตรงโกนผมไฟไม่มีการทำ

ขวัญ ส่วนที่คล้ายกับพิธีโกนจุกคือถ้าพ่อแม่เด็กเป็นผู้มีฐานะมั่นคงก็จะนิมนต์พระมาทำพิธี มีการเจริญพระพุทธมนต์ (สวดชยันโต) ถวายภัตตาหารเช้า บางคนอาจถวายทั้งภัตตาหารเช้าและเพล เสร็จแล้วพระจะนำน้ำพิธีสงฆ์แล้วใส่หอยสังข์รดศีรษะเด็ก และโกนผมเป็นปฐมฤกษ์ต่อจากนั้นพ่อแม่เด็ก หรือญาติผู้ใหญ่จะโกนต่อ จากนั้นจึงนำผมที่โกนออกมาใส่กระทงซึ่งทำด้วยใบบัวหรือใบบอน มีดอกไม้ ธูป เทียน ลอยน้ำไปเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำ ความเชื่อบางแห่งก็ว่าเป็นการบูชาแม่คงคา ในตอนกลางคืนมีมหรสพ เช่น ลิเก ภาพยนตร์ สมโภชแต่ถ้าพ่อแม่เด็กยากจนถ็จะไม่มีพิธีประกอบมากมาย

เวลาทำพิธีผู้ประกอบพิธีจะต้องพูดถ้อยคำที่เป็นสิริมงคล เป็นทำนองให้ศีล

ให้พร เช่น ให้อยู่เย็นเป็นสุข แข็งแรง ไม่เจ็บไข้ เป็นต้น สำหรับพิธีโกนผมไฟนี้บุคคลที่มีฐานะมั่งคั่งจะทำให้บุตรทุกคน แต่ถ้าพ่อแม่มีฐานะยากจนจะทำให้เฉพาะบุตรคนแรกเท่านั้น ส่วนลูกคนต่อๆ ไป บิดามารดาจะเป็นผู้โกนโดยไม่มีพิธี

เมื่อโกนผมไฟแล้ว หากเลี้ยงดูเด็กต่อมาแล้วเด็กเจ็บไข้ได้ป่วย งอแงขี้โรค พ่อแม่หรือปูย่า ตายายอาจให้เด็กไว้ผมจุก ผมแกละหรือผมโก๊ะ โดยปั้นตุ๊กตาไว้จุกใน รูปต่างๆ เช่น ปั้นตุ๊กตาไว้ผมจุก ผมโก๊ะ ผมเปีย ผมแกละ แล้วให้เด็กเสี่ยงทายเลือกตุ๊กตา เมื่อเลือกตุ๊กตาที่มีผมแบบใดได้ ก็จะให้เด็กไว้ผมตามแบบนั้น ตุ๊กตาที่เด็กเลือกนั้นอาจเอาไว้ให้เด็กเล่นหรือเอาไปไว้ที่ศาลพระภูมิก็ได้ การเสี่ยงทายชนิดนี้ พ่อแม่เด็กจะเชื่อว่า เมื่อไว้ผมอย่างที่เสี่ยงทายแล้วลูกของตนจะหายจากเจ็บป่วย มีสุขภาพสมบูรณ์

ในปัจจุบันอาจไม่นิยมไว้ผมจุกกันแล้ว เพราะเมื่อเด็กโตขึ้นจะต้องทำพิธีโกนจุกตามมาอีก ซึ่งอาจเป็นการสิ้นเปลือง จึงลดความนิยมลง