ประเพณีการแต่งงาน

อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ในอำเภอบางปะหันยังคงนิยมแต่งงานกันในระยะเดือน 4 เดือน 6 และเดือน 12 เพราะว่างเว้นการทำนา และมีเงินทองเก็บเอาไว้เพียงพอที่จะประกอบพิธีสมรสได้แล้ว พิธีสมรสนี้จะมีทั้งแบบวิวาหมงคล คือเมื่อแต่งงานหรือสมรสแล้วฝ่ายชายจะไปอยู่อาศัยกับบ้านฝ่ายหญิงตลอดไป และอาวาหมงคล คือหลังจากพิธีสมรสแล้วฝ่ายหญิงจะไปอยู่อาศัยกับฝ่ายชาย ส่วนใหญ่แล้วฝ่ายชายนิยมจะไปอยู่บ้านฝ่ายหญิงก่อนในระยะแรก แล้วจึงพากันไปอยู่บ้านฝ่ายชาย

การจัดงานจะแบ่งเป็น 2 วัน คือ วันสุกดิบกับวันประกอบพิธี ก่อนวันประกอบพิธีเป็นวันสุกดิบ ญาติๆ และเพื่อนๆ เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะช่วยกันจัดเตรียมอาหาร คาวหวาน และเตรียมข้าวของสำหรับพิธีในวันรุ่งขึ้น อาหารเตรียมไว้เลี้ยงพระและแขกที่มาในงานและเพื่อจะนำไปเลี้ยงฝ่ายชายในวันสุกดิบ การที่ฝ่ายหญิงจัดอาหารไปเลี้ยง ฝ่ายชายเรียกว่าฝ่ายหญิง “เลื่อนขันหมาก” ไปบ้านฝ่ายชาย หลังจากมีการเลี้ยงอาหารเย็นเพื่อนฝ่ายหญิงและฝ่ายชายที่บ้านฝ่ายหญิง

ในตอนเช้าวันประกอบพิธี เรียกว่า “วันเเต่ง” บ้านฝ่ายหญิงมีการจัดสถานที่

ไว้เรียบร้อย เจ้าสาวนั้นแต่งกายด้วยชุดไทย เมื่อขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวมาถึง ก่อนจะขึ้นเรือนญาติสนิททางฝ่ายหญิงจะล้างเท้าให้เจ้าบ่าว และเจ้าบ่าวให้ซองบรรจุเงิน เป็นการตอบแทน

ขบวนขันหมากแบ่งออกเป็นขันหมากเอก ซึ่งภายในขันหมากนั้นประกอบด้วย เงิน ทอง หมาก พลู และขบวนขันหมากรองๆ ลงไป ซึ่งเรียกว่า “ขันหมากเซ่นผี” ประกอบด้วย กล้วย อ้อย มะพร้าว ขนมต้ม ฝอยทอง ขนมจีบ หมู เหล้า ขนมจันอับ ห่อหมก

ขันหมากเอกจะมีผู้หญิง 4 คนยกไปเรียกว่า “นายขันหมาก” เมื่อขันหมากไปถึงบ้านเจ้าสาว ฝ่ายเจ้าสาวจะมีการกันหรือปิดทางไม่ให้เข้าเรียกว่า “กั้นประตู” มีประตูเงินประตูทอง ฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้องเสียเงินตามจำนวนที่ตกลงกันให้แก่ฝ่ายหญิงเสียก่อนขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวจึงจะผ่านเข้าไปในบ้านได้

ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวจะประพรมน้ำมนต์ลงบนขันหมากแล้วแก้ห่อขันหมากเอกออก ให้เจ้าสาวสวมทองหมั้น เรื่องสินสอดทองหมั้นนั้นจะเป็นจำนวนเท่าใด ก็ตามแต่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันเมื่อสู่ขอ ส่วนขันหมากเซ่นผีก็เก็บไว้รอเซ่นผีบรรพบุรุษหรือเทวดาต่าง ๆ

ต่อจากนั้นจึงเป็นพิธีสงฆ์ ส่วนมากจะนิมนต์พระ 9 รูป หรือ 7 รูป และมีประเพณีว่า ฝ่ายหญิงจะต้องนิมนต์พระมากกว่าฝ่ายชาย ตัวอย่างเช่น นิมนต์พระ 9 รูป หญิงมนต์ 5 รูป ฝ่ายชายนิมนต์ 4 รูป เมื่ออาราธนาศีลเสร็จ พระจะสวดให้ศีลให้พรในขณะเดียวกันจะมีการลั่นฆ้องชัยเป็นระยะๆ ในระหว่างที่พระสวดอยู่นั้น ฝ่ายมารดาเจ้าบ่าวก็มอบเงินปนกับเมล็ดข้าวเปลือก งา ถั่ว ใบเงิน ใบทองให้กับมารดาเจ้าสาว การที่นำเงินมาปนกับเมล็ดพืชต่าง ๆ นั้นถือว่าเป็นสิริมงคลและนำไปปลูกในภายหลัง

เมื่อพระเจริญพระพุทธมนต์เสร็จ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวร่วมกันตักบาตร ถวายอาหารพระ ในการตักบาตรเจ้าบ่าวจับตอนบนของทัพพี เจ้าสาวจับตอนล่าง ตามความเชื่อว่าการกระทำเช่นนั้นทำให้ภรรยาอยู่ในโอวาทของสามี หลังจากนั้นจึงมีการถวาย จัตุปัจจัยให้กับพระสงฆ์

ต่อมาก็เป็นการรับน้ำสังข์ พระเจริญพระพุทธมนต์ให้พร ญาติผู้ใหญ่สวมมงคลให้ โดยญาติทางฝ่ายชายสวมมงคลให้เจ้าสาว และญาติทางฝ่ายหญิงสวมมงคลให้เจ้าบ่าว ถ้ามีเครื่องเสียงหรือดนตรีจะบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ และย่ำฆ้อง ญาติผู้ใหญ่ทยอยกันหลั่งน้ำสังข์ที่ศีรษะและมือ การรดน้ำนี้ชาวบ้านเรียกว่า “ ซัดน้ำ ”

หลังจากพิธีรดน้ำสังข์แล้วจะบางบ้านจะมีพิธี “เซ่นผี” ผู้ประกอบพิธีหรือ เจ้าพิธี เป็นผู้ที่ชาวบ้านเชื่อถือ วัสดุที่ใช้ในการทำพิธีมีธูป 3 หรือ 5 ดอก เทียน 3 เล่ม เหล้า หมู มะพร้าวอ่อน ขนมจันอับ ห่อหมก ขนมจีบ กล้วย อ้อย ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว จุดประสงค์ของการทำพิธีก็เพื่อบอกกล่าวเทวดา ผีบ้าน ผีเรือน ผีปู่ผีย่า ผีตาผียาย ขอพร เพื่อให้มีความสุข ความเป็นสิริมงคลแก่คู่สมรส

หลังพิธีเซ่นผี เป็นการเลี้ยงอาหารแขกที่มาในงาน และต่อด้วยพิธีผูกข้อมือ คู่บ่าวสาวด้วยด้ายสายสิญจน์ และไหว้ผู้ใหญ่ ของไหว้ผู้ใหญ่ประกอบด้วยพานดอกไม้ ธูป เทียน ผ้า ญาติผู้ใหญ่รับไหว้โดยการให้เงินหรือของตอบแทน แล้วกล่าวคำอวยพรคู่บ่าวสาว

ในเวลากลางวันจะมีพิธีส่งตัว มีฤกษ์ส่งตัวเข้าหอ มีฤกษ์เรียงหมอน ปูที่นอนการปูที่นอน เรียงหมอนมักจะนิยมให้คนชรา หรือคู่สมรสที่มีชีวิตสมรสยืนยาว ไม่เคยทะเลาะวิวาทกันเป็นผู้ทำ โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้คู่สมรสมีชีวิตสมรสที่ราบรื่นเหมือนคู่สมรสที่มาปูที่นอน ตอนส่งตัวญาติผู้ใหญ่จะสอนเจ้าบ่าวเจ้าสาวให้ไหว้พระ และให้เจ้าสาวไหว้เจ้าบ่าว สั่งสอนไม่ให้ทะเลาะวิวาทกัน ให้เจ้าบ่าวเป็นผู้ประกอบอาชีพ และเจ้าสาวเป็นฝ่ายเก็บเงินทอง พร้อมทั้งกล่าวคำอวยพร