งานจักสาน

จักสานเมืองกรุงเก่า

ลวดลายในการสาน เพื่อขึ้นรูปทรงเครื่องจักสานนั้น เป็นวิธีการของแบบแผนที่มีระบบอย่างหนึ่ง เพื่อการสร้างโครงสร้างให้เกิดการเชื่อมต่อซ้ำ ๆ กันไปโดยใช้ลักษณะการขัดกันของเส้นตอก หรือวัสดุอื่นที่ใช้จักสานได้ เพื่อให้เกิดแรง ยึดเหนี่ยว ระหว่างกันจนกลายเป็นผืนแผ่น เพื่อเป็นผนังของโครงสร้างเครื่องจักสานตามต้องการ ลายจักสานนั้นเป็นส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของการขึ้นโครงสร้างผลิตภัณฑ์ ประเภทเครื่องจักสาน จัดเป็นขบวนการความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่เป็นระบบ ลายจักสานของไทยนั้น มีลวดลาย และรูปแบบแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งที่แตกต่างกัน ด้วยลักษณะของวัสดุที่ใช้ในการจักสานด้วย ดังนั้นการเลือกใช้ลายจักสานใด จึงขึ้นอยู่กับความเหมาะสม สนองประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ เช่น อาจใช้ลายขัดธรรมดา เพี่อให้เกิดความแข็งแรงทนทาน และความสะดวกใน การสาน หรือถ้าต้องการสานภาชนะ ที่มีตาต่างๆ เช่น ชะลอม เข่ง ก็มักจะสานด้วยลายเฉลว เป็นต้น

การจักสานจากไม้ไผ่มีทำกันมาตั้งแต่สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย โดยอาศัยไม้ไผ่ที่ขึ้น อยู่ทั่วไปในป่าเมืองไทยซึ่งมีอยู่ประมาณ 100 ชนิด แต่ที่นิยมนำมาจักสานกัน ได้แก่ ไม้ไผ่ใหญ่ ที่คนนิยมนำมาปลูกไว้รอบ ๆ หมู่บ้าน เพื่อใช้หน่อเป็นอาหารและใช้ลำต้นมาดัดแปลงทำเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็นภายในครอบครัว เช่น ตะกร้า ชะลอม กระออม กระด้ง ตะแกรง กระเชอ ลอบ ไซ กระติบข้าว หวด หรือมวยนึ่งข้าว ครุ เป็นต้น

เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่กล่าวมา ข้างต้น ในสมัยก่อนนิยมทำใช้กันเองภายในครอบครัว ตามความจำเป็นของแต่ละท้องถิ่นและ การจักสานแต่ละอย่างมีกรรมวิธีที่แตกต่างกัน ยากบ้างง่ายบ้าง ดังนั้นแต่ละคนจึงมีความถนัดในการทำไม่เหมือนกัน จึงได้เกิดมีการผลิตเพื่อแลกเปลี่ยนกันขึ้น พอมาช่วงหลัง ๆ ไม้ไผ่หายากขึ้น และคนมีงานอื่นทำที่มีรายได้ดีกว่าก็หันไปหางานอย่างอื่นแทนจึงยังคงเหลืออยู่เพียงบางคนหรือบางกลุ่มเท่านั้นที่มีความถนัดทางจักสานเป็นพิเศษหันมายึดอาชีพทางการจักสานเป็นอาชีพหลักบางคนก็ยึดเป็นอาชีพรองจากการทำไร่ ทำนา โดยอาศัยทำในเวลาว่าง ตอนเย็นหรือกลางคืนที่กลับจากไร่นาแล้ว เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัวอีกทางหนึ่ง การจักสานจากไม้ไผ่นั้นสามารถ นำมาดัดแปลงทำเครื่องใช้ได้หลายอย่าง ดังที่กล่าวมาแล้วสาเหตุสำคัญที่นิยมนำเอาไม้ไผ่มาจักสานก็เพราะว่า ไม้ไผ่หาง่าย ไม้แปรรูปได้ง่าย มีความเหนียวสามารถจักเหลา แต่งได้หลายขนาด ง่ายแก่การตัดแต่งง่ายขึ้น

การสานลวดลายต่างๆ ในเครื่องจักสาน ของไทยแต่ละลายจะมีระเบียบและหลักในการสาน สืบทอดต่อ ๆ กันมาแต่โบราณ ด้วยลักษณะของ การเล่ากันด้วยปากเปล่า แบบมุขปาถะ มากกว่าการใช้ตำหรับตำรา โดยมากจะคิดคำเป็นหลักที่คล้องจองกัน คล้ายกับสูตรไว้เป็นลาย ๆ ไป เช่น ยกสองข่มสาม ยกสี่ข่มสามทุกที กลับมาทีนี้ เส้นที่สี่ยกสอง เรียก การสานนี้ว่า ลายประสุ ลายผีบ้าห้ายกสอง หรือ “ ยกสองข่มห้า เรียกว่า ลายบ้าเอย ” เป็นต้น จากการสืบทอดลักษณะ ดังกล่าวนี้

ผู้เรียน จะต้องใช้การฝึกฝนและปฏิบัติเอาเองจนจำได้ ทำให้ลวดลาย ของเครื่องจักสาน ในแต่ละท้องถิ่นมีเอกลักษณ์และมีชื่อเรียกลายต่างๆ แตกต่างกันไปบ้างตามภาษา ท้องถิ่นนั้น ๆ แม้ว่าจะเป็นลายชนิดเดียวกันก็ตาม ซึ่งถ้าจำแนกลายจักสานต่างๆ ออกตามชื่อภาษาท้องถิ่นแล้วคงจะมีลายมากมายยากแก่การรวบรวมและ วิเคราะห์ได้

จากการสัมภาษณ์ร้านของคุณสุภัทรา ขันธนกิจ ก็เป็นร้านที่ทำการจักสานที่มีผลงานที่โดดเด่นไม่เป็นรองใครเช่นกัน ซึ่งร้านของเธอตั้งอยู่ที่ เลขที่ 29/19 หมู่ที่ 7 ตำบลประตูชัย คุณสุภัทรา ขันธนกิจ ได้เล่าว่า เธอได้เริ่มเป็นช่างของหัตถกรรมชาวบ้านในการจักสานนี้มานานเป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว สินค้าและงานของเธอเป็นงาน ที่เน้นรายละเอียดมากกว่าที่อื่น ๆ จึงทำให้ร้านของเธอ สินค้าจะแพงกว่าร้านอื่น แต่เธอบอกว่าก็ยังไม่แพงจนเกินไป ถ้าพูดถึงกับผลงานที่เห็นก็ถือว่าคุ้มค่า ที่ร้านของเธอนั้น ทำการจักสานที่มากมายด้วยกัน เช่น การสานตะข้องใส่ปลา สานกระบุง สานกระด้ง สานกระด้งและกระเชอ สานไซดักปลา และที่ร้านนี้ยังมีการสานปลาตะเพียนที่ลวดลายไม่เหมือนใครและไม่เป็นรองใครด้วย