การแกะสลักหิน

ประติมากรรมศิลาจารึก

งานแกะสลักหินในเมืองไทยมีมานานแล้ว จะเห็นได้จากหลักฐานทางโบราณคดีที่มีการค้นพบทั้งจากกรมศิลปากรเเละนักค้นคว้าทางโบราณคดีมีอายุอยู่ในสมัยอมราวดีและสมัยทวารวดีนับพันปี โดยมีเอกลักษณ์ทางพุทธปฎิมากรรมและ เทวรูปตามความเชื่อของลัทธิต่าง ๆ

สำหรับที่ราบลุ่มภาคกลางของไทยจะพบงานประติมากรรมจากการแกะสลักหินได้ทั่วไป โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นเเหล่งอารยธรรมโบราณ เช่น จังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา

โดยช่างผู้ทำการแกะสลักหินจะได้รับการถ่ายทอดเป็นช่วง ๆ จากคนรุ่นหนึ่ง สู่รุ่นหนึ่ง โดยมีการประยุกต์ดัดแปลงในรูปทรงเเละเชิงประติมากรรมคนในสมัย ปัจจุบันจึงสามารถสังเกต และแยกแยะงานแกะสลักหินแต่ละชิ้นได้ว่าอยู่ในสมัยใด และอาจสะท้อนสภาพความเป็นอยู่ของคนในแต่ละสมัยได้ด้วย เช่น พุทธปฏิมาสมัยสุโขทัยจะมีความอ่อนช้อยงดงาม บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองแห่งอาณาจักรที่ไพร่ฟ้ามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างมีความสุข พุทธปฏิมาสมัยอู่ทองสะท้อนถึงอำนาจของผู้ครองนครและได้รับอิทธิพลจากเขมรแสดงให้เห็นถึงการแผ่ขยายอาณาจักรส่วนพุทธปฏิมาสมัยอยุธยาจะมีพระพักตร์ใหญ่เเละน่าเกรงขามเเสดงให้เห็นว่าระยะนี้ชนเผ่าไทยเผชิญภัยสงครามอย่างต่อเนื่องและได้สะท้อนผ่านความนึกคิดของศิลปินผู้เป็นช่างแกะเเละจากอดีตอันไกลโพ้น ถึงปัจจุบันในวันนี้ เเม้ว่าการแกะสลักหินจะเป็นที่เหนื่อยยากแสนเข็ญ ดังที่คนทั่วไปมักเปรียบเทียบงานยาก ๆ ว่า “ งานหิน ” นั้น แต่ภูมิปัญญาในสาขานี้ยังคงได้รับการสืบทอดจากคนรุ่นปัจจุบันเนื่องเพราะเสน่ห์ของความยากในเนื้องานที่สร้างความภูมิใจภายหลังงานเสร็จสิ้น โดยมีรายได้ที่มากพอเป็นแรงจูงใจ

งานแกะสลักหินที่กรุงเก่า

งานแกะสลักหินที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นศูนย์กลางแห่งราชอาณาจักร โดยเฉพาะหลักฐานที่ปรากฏจากพระพุทธรูปหินทราย ในสมัยอยุธยาตอนต้นโดยฝีมือช่างไทย ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากเขมร และได้รับการพัฒนาจนเป็นลักษณะโดดเด่นของช่างไทยล้วน ๆ

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของงานแกะสลักหิน คือ หินที่นำมาแกะนั้นต้องเป็นหินทราย ซึ่งช่างผู้ชำนาญให้คำอธิบายนี้ว่าเป็นเพราะหินทรายแกะง่ายกว่า หินประเภทอื่น ๆ

ปัจจุบันจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีผู้ประกอบอาชีพแกะสลักหินอยู่ประมาณ 7 ราย โดยเเต่ละรายล้วนได้รับการถ่ายทอดมาจากคนรุ่นก่อน พร้อมกับอนุรักษ์วิธีการทำตลอดจนประยุกต์การใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับยุคสมัย

สมบัติ อรุณเกษม คือ บุคคลหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ยึดอาชีพการแกะสลักหิน เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมครอบครัวไม่ได้ประกอบอาชีพเเกะสลักหิน ส่วนตัวนั้นชอบวาดรูปและอยากยึดอาชีพเป็นช่างเขียนรูป แต่ทำได้ระยะหนึ่งงานประเภทดังกล่าวได้ถูกช่างเขียนรุ่นใหม่ใช้วิธีลอกภาพและลงสแกนงานเขียนที่เคยมีราคาในระดับดีจึงตกลงมาอย่างมาก ต่อมาเห็นว่างานแกะสลักหิน ซึ่งถือเสมือนงานชิ้นเดียวในโลก เหมือนช่างเขียนรูปและมีเสน่ห์ของงานไม่แพ้กัน จึงเริ่มเรียนรู้จากชาวพื้นบ้านที่ยึดอาชีพแกะสลักหินในตัวเมือง จนมั่นใจว่าสามารถจะนำความรู้จากงานช่างประเภทนี้มาประกอบเป็นอาชีพได้ จึงเริ่มลงมือทำจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 10 ปีแล้ว

ความงามทางด้านศิลปะ

รูปหินสลัก

การแกะสลักหินมิใช่อาชีพเก่าแก่ของอยุธยา เมื่อเทียบกับการปั้นหม้อหรือ ตีเหล็ก แต่เกิดขึ้นจากผลพลอยได้ที่ชาวบ้านคลุกคลีอยู่กับศิลปวัตถุโบราณที่ยังคงมีอยู่ทั่วไปในราชธานีเดิมแห่งนี้และฝีมือช่างของคนยุคหลังก็สามารถทำได้งดงามไม่แพ้ของโบราณ การบุกเบิกงานช่างแกะสลักหิน เริ่มทดลองและแกะหินเลียนแบบของโบราณ จนกระทั่งทำเป็นอาชีพ และกลุ่มลูกค้าก็ขยายวงกว้างขึ้น เช่น พระสงฆ์ที่มาจ้าง แกะพระพุทธรูป โรงแรมต่าง ๆ จ้างแกะเทวรูป และงานที่กรมศิลปากรจ้างให้ซ่อมแซมโบราณวัตถุต่าง ๆ เช่น งานการแกะเศียรพระพุทธรูปวัดไชยวัฒนารามที่ขาดหายไป