ศิลปะสานปลาตะเพียนใบลาน

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับ โมบายปลาตะเพียนใบลานที่คนโบราณมักจะนำมาแขวนบนเปลเด็กๆ แม้ปัจจุบันนี้เราก็ยังมีโอกาสได้เห็นอยู่เมื่อเดินทางไปตามบ้านชนบทที่มีเด็กอ่อน ซึ่งแหล่งสานโมบายปลาตะเพียนนี้ ปัจจุบันหาได้ยากมาก เพราะไม่สามารถทำเป็นอาชีพหลักเลี้ยงตนได้ แต่ก็มีอยู่ใน จังหวัดอยุธยา ที่พยายามอนุรักษ์ ศิลปะการจักสานปลาตะเพียนไว้

มองโดยผิวเผินงานสานปลาตะเพียน ดูไม่น่าจะเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้แต่เมื่อได้พูดคุยกับ คุณวิลาวัลย์ จำปางาม หนึ่งในผู้สืบทอดตำนานสนปลาตะเพียนแล้วจึงทำให้ รู้ว่า เป็นงานจักสานที่น่าสนใจอีกชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว คุณวิลาวัลย์ ยึดอาชีพสานปลา ตะเพียนต่อจาก คุณพ่อคุณแม่ของเธอมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว“ร้านศิลาปลาตะเพียน ”ของคุณวิลาวัลย์ ตั้งอยู่ข้างสวนสมเด็จย่า ตัดถนนอู่ทอง เป็นร้านจำหน่ายทั้งส่งและขายปลีกผลิตภัณฑ์จักสานใบลานที่เน้นหนักโมบายปลาตะเพียน ซึ่งคนทั้งหมู่บ้านผลิตส่งมาวางจำหน่าย เนื่องจากร้านตั้งอยู่ในย่านที่ผู้คนสัญจรไปมาได้สะดวก ทำให้สะดวก ในการสั่งซื้อ เเละ ค้าขายปลีกแก่นักท่องเที่ยว ที่ต้องการสินค้าพื้นเมืองกลับไปเป็นของฝาก ของที่ระลึก

รายได้จากการสานปลาตะเพียนขายนั้น ไม่ถึงกับสร้างความร่ำรวยให้ครอบครัวผู้ผลิต แต่เป็นรายได้ที่เรียกว่า “พออยู่ได้” โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็น นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ แต่ช่วงนี้ นักท่องเที่ยวน้อยลง และ รายได้ที่เคยมีก็ลดลง

หันมาคุยเรื่องขั้นตอนการสานปลาตะเพียนแบบดั้งเดิม คุณวิลาวัลย์บอกว่า วัสดุที่นำมาใช้ จะมีใบลานเป็นหลัก ปัจจุบันใบลานรับมาจากที่กบินทร์บุรี เหตุที่ใช้ใบลานนั้นเป็นเพราะว่าใบลานจะมีความเบา เหนียว มีความทนทาน จึงทำให้อายุการ ใช้งานค่อนข้างยาว แต่ส่วนใหญ่ที่จะมีปัญหาจะเป็น สีที่ทาตัวปลานั้นกะเทาะออกมา ไม่ใช่เพราะใบลานแตก

ก่อนที่จะนำใบลานมาสานปลาตะเพียน จะต้องมีการนำใบลานที่ซื้อมา ไป “เข้าเลียด” คือ การคัดขนาดตามที่ต้องการเสียก่อน จากนั้นจึงนำมาม้วนก่อนนำไปสาน การที่ต้องม้วนก็เพื่อให้ตัวปลาตะเพียนมีมิติ มีการพองตัว ไม่แบนเรียบ...

เมื่อสานเป็นตัวปลาตะเพียนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การลงสี สีที่จะใช้เป็น สีน้ำมัน เพราะใบลานนั้นจะมีความมันเช่นกัน ถ้าใช้สีน้ำทั่วไปจะไม่ติดถึงติดสีก็จะดูไม่สดสวย สีของปลาตะเพียนเป็นจุดขายใหญ่ที่จะดึงดูดความสนใจให้หันมาสนใจ เพราะส่วนใหญ่สีสันของโมบายปลาตะเพียนจะสดใส ฉูดฉาด จุดประสงค์เดิมก็เพื่อให้เด็กทารกฝึกการใช้สายตานั่นเอง

แต่ปัจจุบันพบว่าลูกค้ากลุ่มหนึ่งสนใจสีธรรมชาติ คือ สีใบลานแท้ ๆ มากกว่าสีฉูดฉาด อาจจะเป็นเพราะอยู่ในกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังมาแรง แต่ถ้าเป็นสีน้ำมัน ส่วนใหญ่จะนิยมสีแดง สาเหตุที่ขายดีนั้น เพราะสีแดงถือว่าเป็นสีเเห่งโชคลาภนั้นเอง ส่วนลวดลายนั้น จะเป็นเรื่องของลีลาเเละรูปเเบบเฉพาะตัว อย่างงานของ คุณวิลาวัลย์จะเน้นเป็นลายละเอียด เป็นลายออกไทยๆ ซึ่งเขียนยากและต้นทุนสูงแต่เพราะ ลูกค้านั้นให้ความสนใจมากจึงทำให้ มีกำลังทรัพย์และกำลังใจที่จะทำมาจนถึง ทุกวันนี้

การเขียนลายนั้นทำหลังจากเมื่อลงสีทั้งตัวปลาเเล้ว จากนั้นก็เริ่มเขียนลาย ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้สีทองเข้ามาเพิ่มความเงางาม แวววาว หลังจากลงลายเสร็จแล้วจึงนำมาร้อยรวมเข้ากันไหลเป็นพวง ซึ่งจะใช้ ลูกปลาร้อยรวมอยู่ด้วย ลูกปลานั้นจะมีจำนวนตั้งแต่ 3, 6, 9, 12 มากน้อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของปลาตัวแม่ รูปแบบ และ ความสมดุล

นอกจากปลาตะเพียนแล้ว ตอนนี้ที่ร้านใบลานประดิษฐ์ ยังคิดออกแบบรูปใหม่ๆ ออกมา เช่น ปลาเงิน ปลาทอง โดยยังคงใช้วัสดุหลักเดิม คือ ใบลาน จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าใหม่ที่น่าสนใจไม่แพ้ปลาตะเพียนเลยทีเดียว

ราคาที่ซื้อขายนั้นมีตั้งแต่ 10 บาทไปจนถึงราคาเป็นพันเป็นหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับจำนวน ขนาด ความยากง่ายของการประดิษฐ

บางครั้งคุณวิลาวัลย์พบว่า งานปลาตะเพียนนั้นไม่ใช่งานเล็กๆ อย่างที่ใครๆ คิด เพราะมีครั้งหนึ่งที่เธอได้รับการว่าจ้างจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้ สานปลาตะเพียนที่ยากที่สุดในชีวิต คือ การสานปลาตะเพียนขนาดเท่าตู้ใหญ่ๆ หนึ่งตู้ ปลาตะเพียนตัวนี้จึงมีความยุ่งยากในการทำไม่ใช่น้อย คือ ก่อนสานจะต้องนำใบลานมาเย็บกับจักร์ให้ได้ขนาดที่ต้องการเสียก่อนจึงจะทำการสานได้ จากนั้นต้องใช้คนทำ 3 คน เพื่อที่จะสานปลาโดยใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงจึงจะได้ปลาตะเพียนตัวใหญ่ดังกล่าว 1 ตัว และจะต้องทำทั้งหมด 10 ตัวด้วยกัน เรียกว่า...กว่าจะลงสีและเขียนลายเสร็จคนทำก็เหนื่อยไปตามๆ กัน แต่ผลงานที่ออกมานั้นคือความภาคภูมิใจของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งซึ่งยึดงานจักสานเป็นอาชีพเลี้ยงชีวิต

โมบายปลาตะเพียนนั้นนอกเหนือจากความสวยงาม หลายคนยังเชื่อในเรื่องของโชคลาภ เช่น การค้าขาย มีความเชื่อว่า การมีปลาตะเพียนแขวนอยู่ในร้านค้านั้นจะทำให้ธุรกิจการค้าเจริญรุ่งเรือง “ซื้อง่ายขายคล่อง” ส่วนคนทั่วไปก็ถือว่า การแขวนปลาตะเพียนสาน ไว้ในบ้านนั้น จะทำให้โชคดี ซึ่งรวมไปถึงเรื่องของการบุตรด้วย

ดังนั้นโมบายปลาตะเพียน จึงเป็นอีกหนึ่งของฝาก ของขวัญ ของประดับ และของชำร่วย ที่หลายคนยังนิยมชมชอบ และอดซื้อกลับมาไม่ได้ เมื่อได้มีโอกาสไปเยือน...อยุธยา

สนใจติดต่อ คุณวิลาวัฃย์ จำปางาม
ได้ที่ร้านศิลาปลาตะเพียน
เบอร์โทรศัพท์
035-243579 หรือ 01-2867394